Oz’s Blog

พฤศจิกายน 2, 2006

5 Essential Eric Clapton Albums : Part I

Filed under: Music Talk — siroz @ 11:37 am

รู้สึกว่าใน Entry ที่แล้ว (Eric Clapton Live in Bangkok) ยังเขียนถึงลุง Eric Clapton ไว้ไม่เต็มที่
เลยคิดว่า เขียนเพิ่มอีกหน่อยดีกว่า (จริงๆ แล้ว เอ็งหมดมุขจะเขียนก็บอกมาตรงๆ)

ผมมานั่งคิดเล่นๆ ว่า ผมเคยฟัง Eric Clapton มาก็เยอะ หลายอัลบั้ม
ซึ่งต้องยอมรับว่า ถึงแม้ Eric Clapton จะเป็นคนที่เล่น Live ได้ดีเสมอต้นเสมอปลายมาตลอด แต่ผลงานอัลบั้มนั้น นั้นค่อนข้างจะขึ้นๆ ลงๆ ไม่แน่นอน
ถ้าต้องเลือก 5 อัลบั้มของ Eric Clapton ที่เราควรจะได้ฟัง จากอัลบั้มทั้งหมดในช่วง 40 ปีของชีวิตนักดนตรีของ Clapton … มันจะมีอะไรบ้างหนอ


ต้องบอกไว้ก่อนว่า อัลบั้มที่เลือกเหล่านี้ เลือกด้วยความชอบส่วนตัวด้วย ดังนั้น คงไม่ถูกใจไปซะทุกคนหรอก (แต่ผมว่า รสนิยมผมน่าจะเหมือนชาวบ้านทั่วไปนะ)
แฟน Eric Clapton ที่เข้ามาอ่านแล้วไม่ถูกใจ ก็ขออภัยด้วยครับ
ไม่รู้ว่าจะเรียงลำดับยังไงดี เลยเรียงตามลำดับก่อนหลัง (chronological order) นะครับ

Layla and Other Assorted Love Songs (1970)
by Derek and the Dominos

Layla and Other Assorted Love Songs

เริ่มต้นมาอัลบั้มแรก ผมก็โกงซะแล้ว เพราะอัลบั้มนี้ เครดิตศิลปิน ไม่ใช่ Eric Clapton แต่เป็นของวงที่เรียกตัวเองว่า Derek and the Dominos
ซึ่งวงนี้ประกอบไปด้วย Bobby Whitlock (organ, piano, acoustic guitar), Jim Gordon (drums, percussion, piano), Carl Radle (bass, percussion), Duane Allman (guitars)
และแน่นอนที่ขาดไม่ได้ Eric Clapton (guitars, lead vocals) ซึ่ง “Derek” ในที่นี้ก็คือ Eric นั่นเอง
อัลบั้มนี้ produce และ arrange โดยทางวงเอง เพลงส่วนหนึ่งเป็นเพลง cover จากเพลง Blues ที่เป็นที่รู้จัก
นอกจากนั้นส่วนใหญ่เป็นเพลง original ซึ่ง Eric Clapton มีส่วนร่วมในการแต่งเกือบทั้งหมด
เพลงที่เป็นที่รู้จัก จากอัลบั้มนี้ คือ Layla (ซึ่ง Clapton เอามาเล่นอีกครั้งในอีก version ในอัลบั้ม Unplugged แล้วได้รางวัล Grammy ไป) และ Bell Bottom Blues
นอกจากนั้น ยังมีเพลง Blues ที่ Clapton ชอบเล่นใน concert อยู่เสมอคือ Have You Ever Loved a Woman

จุดเด่นของอัลบั้มนี้ คือ ความเข้มข้น ของทั้งตัวเพลงและการเล่นของวง ซึ่งรักษาระดับไว้ได้ดีตลอด เกือบๆ 80 นาทีของอัลบั้มนี้
มีคนเชื่อกันว่าส่วนหนึ่งของความสำเร็จของอัลบั้มนี้ มาจากการได้ Duane Allman (ชื่อเค้าอ่านว่า ดเวน นะครับ) ซึ่งตอนนั้นเล่นอยู่กับวง Allman Brothers มาร่วมเล่นกีต้าร์ให้
ซึ่ง Duane ถือเป็นมีอกีต้าร์ที่เล่น Slide ได้เข้าขั้นไร้เทียมทาน และฝีไม้ลายมือที่ฝากไว้กับอัลบั้มนี้ ก็ถือว่าเป็นผลงานชิ้นหนึ่งที่ดีที่สุดของเขา (เช่น solo ในเพลง Layla)
นอกจากนั้น อีกปัจจัยหนึ่งที่มีผลอย่างมากต่ออัลบั้มนี้ คือ Eric Clapton ซึ่งเป็นแรงขับดันหลักของวง ในขณะนั้นกำลังตกหลุมรัก Patti Boyd ซึ่งเป็นภรรยาของเพื่อนรัก George Harrison (อดีตสมาชิก The Beatles)!!
ด้วยอารมณ์ในขณะนั้น คงช่วยเป็นแรงส่ง ต่อการเขียนเพลง และโดยเฉพาะการเล่นกีต้าร์ เป็นอย่างมาก
หลายๆ คนคงเห็นด้วยกับผมว่า ช่วงเวลาของอัลบั้มนี้ เป็นช่วงที่ Eric Clapton เล่นกีต้าร์ได้เข้มข้น และร้อนแรงที่สุดแล้ว

อัลบั้มนี้ ตอนออกมาครั้งแรกในปี 1970 ไม่ได้ประสบความสำเร็จในทันที อาจจะเป็นเพราะออกมาเป็น Double Album (ซึ่งไม่เป็นที่นิยม) เนื่องจากจำนวนเพลง และความยาวของอัลบั้มที่เกินความจุของแผ่นเสียงไปมาก (แต่ปัจจุบัน สามารถใส่ลงใน CD แผ่นเดียวได้)
แต่ในปัจจุบัน ถ้ามีคนถามถึงอัลบั้มที่ดีที่สุดของ Clapton หรือแม้แต่อัลบั้มยอดเยี่ยมสำหรับ Blues Rock หลายคนๆ คงตอบว่า เป็นอัลบั้มนี้แน่นอน
น่าเสียดายที่ วงนี้ กลายเป็นแค่วงเฉพาะกิจ เพราะหลังจากออกอัลบั้มนี้ไม่ถึง 1 ปี Duane Allman ก็เสียชีวิต (ด้วยอุบัติเหตุมอเตอร์โซค์)
ส่วนคนอื่นๆ ก็กระจัดกระจายกันไป เพราะ Eric Clapton ต้องหยุดพักอาชีพนักดนตรีชั่วคราว เนื่องจากติดเฮโรอีนอย่างหนัก (ต้องไปบำบัด)
ทำให้วงระดับตำนาน วงนี้ มีผลงาน studio album ให้เราฟังกัน แค่ชุดเดียว (ชุดที่สอง ทำค้างไว้ไม่เสร็จ)

461 Ocean Boulevard (1974)
by Eric Clapton

461 Ocean Boulevardอัลบั้มนี้เป็น comeback album ของ Eric Clapton หลังจากที่ต้องเว้นวรรค ไปบำบัดอาการติดยา
อัลบั้มนี้ ถือเป็นอัลบั้มสำคัญของ Clapton เพราะ เป็นอัลบั้มที่ Clapton เปลี่ยนตัวเองจาก sideman มาเป็นศิลปินเดี่ยวอย่างเต็มตัว และทำได้สำเร็จเสียด้วย
Eric Clapton นั้นเริ่มต้นชีวิตนักดนตรีด้วยการเป็น “มือกีต้าร์” ให้กับวงดนตรีในช่วงกลางยุค 60’s จนในช่วงปลายยุค 60’s ได้ร่วมกับ Jack Bruce และ Ginger Baker ก่อตั้งวง Cream ที่ซึ่ง Clapton เริ่มรับหน้าที่ร้องนำและแต่งเพลงด้วย
ถึงแม้ว่า Clapton มักจะมีบทบาทในวงดนตรีที่เค้าเล่นเสมอ แต่ 461 Ocean Boulevard เป็นอัลบั้มแรกจริงๆ ที่ Clapton ได้แสดงความสามารถในฐานะศิลปินเดี่ยวได้อย่างเต็มที่

หน้าปกอัลบั้มนี้ ซึ่งเป็นรูป Clapton ยืนโพสท่าอยู่หน้าบ้านของตัวเอง (ที่อยู่ ตามชื่ออัลบั้มนั่นแหละ) เป็นสิ่งบ่งบอก tone ของอัลบั้มได้เป็นอย่างดี
บรรยากาศ “สบาย สบาย” คือ concept ของอัลบั้มนี้ เพลงจากอัลบั้มนี้ ไม่ได้เข้มข้น หรือร้อนแรงเหมือนสมัย Derek and the Dominos หรือสมัย Cream
เพลงจะลดดีกรีความเป็น Blues Rock ที่ดุเดือด มาเป็น Rock ฟังสบายๆ
แต่ฝีไม้ลายมือในการเล่นกีต้าร์ของ Eric Clapton ไม่ได้ด้อยลงไปเลย
เพลงที่เป็นที่รู้จักจากอัลบั้มนี้คือ I Shot the Sheriff (เพลงของ Bob Marley) และ Let It Grow

จากความลงตัวของอัลบั้มนี้ โดยเฉพาะ tone ของอัลบั้ม ทำ Clapton ใช้อัลบั้ม 461 Ocean Boulevard เป็น blueprint สำหรับอัลบั้มต่อๆ ไปในช่วง 70’s

Slowhand (1977)
by Eric Clapton

Slowhandเป็นอีกอัลบั้มหนึ่งของ Eric Clapton ที่คนพูดกันว่า “ดีที่สุด” ทั้งในด้านการเล่นกีต้าร์ และตัวเพลง

อัลบั้มที่ดี คงไม่ใช่เป็นแค่ เอาเพลงที่ดีๆ หลายเพลงมารวมๆ กัน
ความกลมกลืนต่อเนื่องกัน ของแต่ละเพลงในอัลบั้ม เป็นปัจจัยที่สำคัญ ที่ทำให้อัลบั้มนั้นสามารถฟังได้โดยไม่รู้เบื่อ (เคยเป็นกันมั่งมั้ยครับ เวลาซื้อเทปหรือ CD มาอัลบั้มนึง แล้วอยากจะกระโดดข้ามบางเพลงไป)
เพลงในอัลบั้มนี้ มีความกลมกลืนสอดคล้องกันดี ฟังแล้วเพลินดีมาก ซึ่งอาจเป็นเหตุผลสำคัญตัวหนึ่ง ที่ทำให้คนชอบอัลบั้มนี้กัน
เช่นเดียวกับ อัลบั้ม 461 Ocean Boulevard แนวเพลงในชุดนี้เป็น Rock ที่ค่อนข้างฟังสบาย
การเล่นกีต้าร์ของ Clapton อาจจะไม่ร้อนแรงเหมือนสมัยก่อนหน้า แต่อารมณ์ ความไพเราะ และ “ความมันส์” ยังอยู่เต็มเปี่ยม
เพลงที่เป็นที่รู้จักกัน จากอัลบั้มนี้ คือ Cocaine (เพลงของ J.J. Cale), Wonderful Tonight และ Lay Down Sally

เพลง Wonderful Tonight ซึ่งแต่งโดย Clapton เอง เป็นเพลงที่เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก อย่างไม่น่าเชื่อ
ด้วยการเล่นกีต้าร์แบบง่ายๆ ตรงไปตรงมา ใช้ตัวโน๊ตน้อยๆ ไม่มีอะไรพิสดาร แต่กลับทำให้คนฟังประทับใจและชื่นชอบได้
ต้องยอมรับว่า เพลงนี้ เป็นเครื่องชี้ชัดว่า Clapton บรรลุศาสตร์ของ minimalism แล้วจริงๆ

หน้าปกของอัลบั้มนี้ เป็นรูป Eric Clapton เล่น (จริงๆ แล้ว ต้องเรียกว่า ถือ)กีต้าร์ Fender Stratocaster สีดำ ตัวเก่งของเค้า ซึ่งเป็นกีต้าร์ตัวหลักที่ Clapton ใช้ในช่วง 70’s
กีต้าร์ตัวนี้ Clapton ตั้งชื่อว่า “Blackie” (ตั้งไม่ยากเลยนะครับลุง)
กีต้าร์ตัวนี้ กลายเป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์ ในฐานะกีต้าร์ที่ราคาแพงที่สุด เพราะว่า เมื่อปีก่อน Clapton เอากีต้าร์ตัวนี้ออกมาขายประมูล เพื่อหารายได้ให้กับสถาบันบำบัดผู้ติดยา Crossroads ซึ่งเค้าเป็นเจ้าของอยู่
ไม่น่าเชื่อว่า กีต้าร์ตัวนี้จะขายให้กับผู้ชนะประมูลไปในราคา 9 แสนกว่าเหรียญสหรัฐฯ (คิดเป็นเงินไทย เท่าไหร่ ไม่กล้าคูณเลย)
ล่าสุดได้ข่าวว่า Fender จะทำกีต้าร์ที่เหมือนเป็น clone ของกีต้าร์ตัวนี้ออกมา ซึ่ง clone ทุกอย่าง ตั้งแต่รูปร่างหน้าตา ขนาดของตัวกีต้าร์และคอ รัศมีความโค้งของคอ วัสดุที่ใช้ รวมไปถึงสี ริ้วรอยถลอก รอยลอกของแลคเกอร์ ฯลฯ (เอากันขนาดนั้น) จะได้เหมือนกับตัวที่ Clapton เคยมีเปี๊ยบ
แน่นอน ว่าราคาก็คงแพงโดยไม่ต้องพูดถึง .. โดยกะๆ แล้ว ผมว่า อย่างน้อยๆ ตัวนึง ก็คงราคาเกือบๆ จะซื้อรถกระบะบ้านเราได้ซักคันละมั้ง (ชาตินี้ เราคงได้แค่มอง)

อัลบั้ม Slowhand อาจจะไม่ใช่อัลบั้มโปรดของ คนที่ชอบ Eric Clapton ในฐานะมือกีต้าร์ Blues Rock ที่เผ็ดร้อน แต่ถ้าใครที่ชอบ Clapton ในฐานะมือกีต้าร์ Rock ที่เล่นได้อย่างออกรสชาติ ไม่ควรพลาดอัลบั้มนี้เด็ดขาด

โม้มาตั้งนาน ยังไม่พ้นยุค 70’s เลย
ไว้มาต่อตอนที่สอง วันหลังนะครับ

6:21 นาฬิกา
2 พฤศจิกายน 2549

3 ความเห็น »

  1. […] จากคราวที่แล้ว (5 Essential Eric Clapton Albums : Part I) เขียนค้างไว้ กับอัลบั้มสำคัญๆ ของ Eric Clapton ค้างไว้ที่อัลบั้มที่สาม อัลบั้ม Slowhand จากปี 1977 วันนี้มาต่อ กับอีกสองอัลบั้มที่เหลือ […]

    Pingback โดย 5 Essential Eric Clapton Albums : Part II « Oz’ Blog — พฤศจิกายน 14, 2006 @ 5:53 am

  2. ผมฟังเพลงหนึ่งจำชื่อไม่ได้ เเต่เป็นเพลงเก่าของ Jimi Hendrix โดย Eric clapton เล่นกีตาร์กับ ALLMAN โซ่โล่กีต้าร์เยี่ยมากๆๆๆ ใครทราบช่วยบอกด้วยที่ pandectists@yahoo.com

    ความเห็น โดย ประสิทธิ์ — กรกฎาคม 20, 2007 @ 5:13 pm

  3. ถ้าเล่นกับ Duane Allman น่าจะ เป็นเพลง Little Wing (จากชุด Axis: Bold as Love ของ Jimi Hendrix)

    เพลงนี้ Clapton เล่นกับ Allman อยู่ในชุด Derek and the Dominos ครับ (น่าจะมีอยู่ในชุดที่เป็นแสดงสดของวงด้วย)
    หลังจาก Clapton กับ Allman อัดเสียงเพลงนี้ได้เพียง 8 วัน .. Jimi Hendrix ก็เสียชีวิต

    เพลงนี้ ถูกนำมาเล่นซ้ำโดยศิลปินหลายคนมาก
    อีก version ที่น่าสนใจคือ ของ Stevie Ray Vaughan .. ซึ่งเป็นการนำมาเล่นเป็นเพลงบรรเลง ครับ

    ..

    อ้าว ลืมดู เค้าบอกว่าให้ตอบทางเมลล์

    ความเห็น โดย siroz — กรกฎาคม 21, 2007 @ 3:16 pm


RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

สร้างเว็บไซต์หรือบล็อกฟรีที่ WordPress.com.

%d bloggers like this: