Oz’s Blog

พฤศจิกายน 14, 2006

5 Essential Eric Clapton Albums : Part II

Filed under: Music Talk — siroz @ 5:53 am

จากคราวที่แล้ว (5 Essential Eric Clapton Albums : Part I) เขียนค้างไว้ กับอัลบั้มสำคัญๆ ของ Eric Clapton
ค้างไว้ที่อัลบั้มที่สาม อัลบั้ม Slowhand จากปี 1977
วันนี้มาต่อ กับอีกสองอัลบั้มที่เหลือ


Unplugged (1992)
by Eric Clapton

Unplugged

ก่อนจะพูดถึงอัลบั้มนี้ คงต้องเล่าก่อนว่า ทำไมผมถึงกระโดดจาก Slowhand ในปี 1977 มาอัลบั้มนี้ ซึ่งห่างกันถึง 15 ปีเลย
หลังจากอัลบั้ม Slowhand ประสบความสำเร็จอย่างสูง Eric Clapton ก็ได้ออกอัลบั้มอีกอย่างต่อเนื่อง ในช่วงปลายยุค 70’s
แม้ว่าจะไม่มีอัลบั้มใด ที่จะประสบความสำเร็จได้เท่า Slowhand ก็ตาม
ต้นยุค 80’s Clapton ต้องหยุดพักไปช่วงสั้นๆ เพื่อไปบำบัดอาการติดเหล้า หลังจากกลับมาแล้ว Clapton ก็เริ่มทำอัลบั้มอีกครั้ง

ต้องยอมรับว่าในช่วงยุค 80’s อะไรๆ มันไม่เหมือนเดิมแล้ว กระแสความนิยมดนตรีร็อคแบบในยุค 70’s ไม่เข้มข้นเหมือนเก่าเสียแล้ว
Clapton ในช่วงต้นยุค 80’s พยายามอัพเดทตัวเองให้เป็น Modern Rocker (modern สำหรับ 80’s ซึ่งถ้าเอามาย้อนฟัง ณ วันนี้ คงรู้สึก เชยๆ ยังไงไม่รู้)
ยุค 80’s เป็นยุคที่ synthesizer เฟื่องฟู มีการใช้ drum machine และ synth bass กันอย่างแพร่หลาย
Clapton เองก็คงรู้สึกว่า อัลบั้มแบบเดิมๆ คงจะไม่ได้รับความนิยมเสียแล้ว (หรือไม่ก็ คงอยากลองของใหม่กับเค้าบ้าง)
แต่ผลลัพธ์กลับเป็นตรงกันข้าม นอกจากจะไม่ได้แฟนเพลงกลุ่มใหม่แล้ว ยังเสียแฟนเพลงกลุ่มเก่าไปอีก
ในช่วงยุค 80’s จึงเป็นช่วงที่เรียกได้ว่า เป็นช่วง “ขาลง” ของ Clapton

จนถึงปี 1992 Clapton ได้โอกาสทำอัลบั้ม soundtrack ให้ภาพยนตร์เรื่อง Rush อัลบั้มนี้มีเพลงที่กลายเป็นเพลงของ Eric Clapton ที่รู้จักกันดีที่สุด นั่นคือเพลง Tears In Heaven
เพลงนี้ Clapton เขียน โดยใช้แรงบันดาลใจมาการเสียชีวิตของลูกชายของเขา
เพลงนี้พา Clapton กลับสู่ความสำเร็จอีกครั้ง ทั้งในทางอันดับบน chart และรางวัล Grammy
แต่ เพลงนี้ มักจะรู้จัก และมักได้ยินกันใน version ที่มาจากอัลบั้ม Unplugged เสียมากกว่า

ในปี 1992 Clapton ได้บันทึกเสียงการเล่นสด ให้รายการ MTV Unplugged และหลังจากนั้นไม่กี่เดือน ก็กลายเป็นอัลบั้ม Unplugged (ซึ่งมีทั้งที่เป็นอัลบั้มเพลง และวีดีโอ)
ซึ่งช่วงนั้น กระแส MTV Unplugged มาแรงมาก นักดนตรี/นักร้อง หลายๆ คนประสบความสำเร็จจากอัลบั้มประเภทนี้
Clapton เองก็เป็นคนแรกๆ ที่สร้างกระแสนี้ขึ้นมา และประสบความสำเร็จอย่างมาก

ในอัลบั้ม Unplugged นี้ จะเป็นการนำเพลงมาเล่นในแบบ acoustic โดยเพลงส่วนใหญ่มาจากเพลงของ Clapton ที่เคยเล่น ทั้งที่แต่งเอง และ cover
มีทั้งเพลงเก่าๆ (อย่าง Layla หรือ Nobody Knows You When You’re Down And Out) และเพลงที่ออกมาไม่นาน (Tears in Heaven, Old Love)

บรรยากาศโดยรวมของอัลบั้ม ถือว่าฟังสบาย ฟังง่ายมาก แม้ว่ากว่าครึ่งของอัลบั้มจะเป็นเพลง Blues ก็ตาม
อัลบั้มนี้ เป็นถือเป็นจุดเปลี่ยนของ Clapton เพราะหลังจากอัลบั้มนี้ คอนเสิร์ตส่วนใหญ่ของ Clapton จะต้องมีช่วงที่เล่นเป็น acoustic เสมอ เพื่อเอาใจแฟนเพลงกลุ่มที่ชอบ Clapton ในสไตล์ Unplugged (ซึ่งมีมากจริงๆ)
อัลบั้มนี้ ขายได้หลายล้าน copy และ “กวาด” รางวัล Grammy ในปีนั้น กลายเป็นอัลบั้มที่ประสบความสำเร็จที่สุด ของ Eric Clapton มาจนถึงปัจจุบัน

From The Cradle (1994)
by Eric Clapton

From The Cradle

แทนที่จะอาศัยกระแสความสำเร็จจาก Unplugged ทำอัลบั้มต่อไป ในแบบเดียวกัน
Clapton กลับทำในสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิด คือ ทำอัลบั้มเพลง Blues ล้วนๆ ออกมา
ถึงแม้ว่า Clapton จะแสดงให้เห็นตั้งแต่ในช่วงแรกๆ ของอาชีพนักดนตรีของเขา ในยุค 60’s แล้วว่า เขาได้รับอิทธิพลจากดนตรี Blues และเล่น Blues ได้เฉียบขาดขนาดไหน
ตลอดอายุยี่สิบกว่าปี ของการเป็นศิลปินเดี่ยวของ Clapton ยังไม่เคยมีอัลบั้มไหนเลยที่เขาได้เล่น Blues อย่างเต็มที่เลย อย่างมากก็มีแค่เพลง หรือสองเพลงในอัลบั้มที่เป็นเพลง Blues

จะว่าไปแล้ว อัลบั้ม Unplugged ก็ถือได้ว่า ปูทาง ไว้ให้กับอัลบั้ม From The Cradle
เพราะว่า กว่าครึ่งของเพลงในอัลบั้ม Unplugged เป็น Blues และตัวอัลบั้มก็ได้รับความนิยมมาก
From The Cradle เป็นอัลบั้มที่ Clapton เล่น cover เพลง Blues เก่าๆ จากยุคหลังสงครามโลก ซึ่งเป็นดนตรีที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อชีวิตนักดนตรีของเขา

อัลบั้มนี้ Clapton produce ร่วมกับ Russ Titelman ซึ่ง produce อัลบั้ม Unplugged ด้วย
จุดเด่นของอัลบั้มนี้ นอกจากเพลง Blues ที่เข้มข้น และการเล่นกีต้าร์ที่จัดจ้านของ Clapton แล้ว อัลบั้มนี้ ยังจัดได้ว่าเป็นอัลบั้มที่ “ดิบ” ที่สุดของ Clapton อีกด้วย
ไม่ว่าจะเป็นในเชิง sound (ไม่ได้พึ่ง synth เหมือนสมัย 80’s) และความสด
อัลบั้มนี้เป็นการอัดเสียงแบบเล่นพร้อมกันสดๆ ทั้งวง มีแค่ส่วนน้อยเท่านั้น ที่มีการ overdub (อัดทับซ้อนทีหลัง)
การใช้ horn section (กลุ่มเครื่องเป่าทองเหลือง) ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ ดนตรีโดยรวม ของอัลบั้มนี้ มีสีสันมากขึ้น

ถึงแม้อัลบั้มนี้ จะไม่ได้ประสบความสำเร็จมากมายขนาด Unplugged แต่ก็ถือว่า ประสบความสำเร็จดี ทั้งในเชิงคำวิจารณ์ และยอดขาย
หลังจากอัลบั้มนี้ ทำให้ Clapton ได้รู้อีกอย่างว่า เขาสามารถทำอัลบั้มเพลง Blues จัดๆ แบบนี้ออกมาขายได้ ซึ่งก็ทำให้เกิดอัลบั้มเพลง Blues ของเขาตามมาอีกหลายอัลบั้ม

ในที่สุด ก็เขียนจบจนได้
เขียนมาถึงตรงนี้ หลายๆ คนอาจสงสัยว่า แล้วอัลบั้มนั้น อัลบั้มนี้หายไปไหน
จริงๆ แล้ว Clapton มีอัลบั้มที่ดีๆ น่าฟังเยอะมากครับ ที่เขียนมานี่ คือ เลือกแค่ 5 อัลบั้มที่เด่นๆ ขึ้นมา (จริงๆ แล้ว ก็มีความชอบส่วนตัวมาปนด้วยแหละ)
ถ้าผมไม่ขี้เกียจเสียก่อน อาจจะมีโอกาสได้มาเขียนว่า อัลบั้มอื่นๆ ที่น่าสนใจมีอะไรบ้าง

8:29 นาฬิกา
12 พฤศจิกายน 2549

ให้ความเห็น »

ยังไม่มีความเห็น

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

%d bloggers like this: