Oz’s Blog

ธันวาคม 22, 2006

บรรยากาศ งาน Bangkok Jazz Festival 2006: Part I

Filed under: Music Talk — siroz @ 11:08 am

เมื่อคืนวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมก็ได้ไปดูงาน Bangkok Jazz Festival ที่สนามเสือป่ามา สมใจอยาก หลังจากที่ผมเบี้ยวงาน Jazz Royale ไปเมื่ออาทิตย์ก่อนหน้า (ดูทุกงานไม่ไหวง่ะ บัตรมันไม่ใช่ถูกๆ)
ขอเล่าบรรยากาศงานหน่อยละกัน เผื่อใครที่ไม่ได้ไป ฟังแล้วจะได้รู้สึกเสียดาย (ฮ่าฮ่า อดไป กิ้วกิ้ว สมน้ำหน้า กะลาหัวเจาะ)

จริงๆ แล้ว ผมตั้งท่าว่าจะไปงานนี้ มาตั้งแต่เค้าเริ่มโปรโมตหลายเดือนก่อน
ซึ่งวันศุกร์ที่ผ่านมา ผมมีธุระอยู่ที่เชียงใหม่ จะกลับมาดูให้ทัน ก็ต้องรีบกลับมา พอดีจองเที่ยวบินรอบบ่ายได้ ก็โล่งอกไปเปราะนึง ก็หวังไว้ว่าเที่ยวบินคงไม่ delay
แต่พอจริงๆ เข้า ปรากฏว่า เที่ยวบินตรงเวลา แต่ต้องเสียเวลารอกระเป๋าอีกครึ่งชั่วโมง (เข้าใจว่า คงต้องรอคิวลำเลียง เพราะสายพานมีจำนวนจำกัด) ยอดเยี่ยมมากครับท่าน
บึ่งแท๊กซี่ ราคาสาหัส เพราะต้องจ่ายค่า service ของสนามบิน 50 บาท บวกกับค่าทางด่วนอีกสองต่อ รถก็ติดบรรลัย กว่าจะถึงบ้าน ลุ้นแทบตายว่า จะมีเงินพอจ่ายค่าแท๊กซี่มั้ย

ขอตัดภาพมาหลังจากที่ผมบึ่งมาถึงหน้างานเลยละกัน มีรุ่นพี่ที่จะมาเจอกันหน้างานอีกสองคน เค้าก็ฝากผมซื้อบัตรเลย จะได้ไม่ต้องมารอต่อคิวทีหลัง
สิ่งที่ทำให้ช็อค ก็คือ … ซื้อบัตรหน้างานเนี่ย โดน charge ค่า service สำหรับบัตรอีกใบละ 10 บาท (ไม่รู้ว่า ซื้อผ่านเวป หรือจาก counter ก่อนหน้านี้ ต้องเสียหรือเปล่า)
เริ่มออกอาการไม่น่าปลื้มละครับ เพราะปีนี้บัตรแพงกว่าปีที่แล้วอยู่พอสมควรทีเดียว แล้วยังจะมาชาร์จนู่น ชาร์จนี่อีก

ผมไปถึงหน้างาน ก็ตอนที่วงของฮิโรมิ มือเปียโนสาวจากญี่ปุ่น ซึ่งเล่นเป็นวงแรกเล่นใกล้จะจบแล้วครับ กว่าจะรอพรรคพวกมากันครบ ก็จบพอดี
เข้าไปถึงในงาน หาที่นั่ง (ปูกระดาษ/ถุงพลาสติกที่เตรียมไป) ได้ซักพัก Salena Jones ก็ออกมา
ผมไม่เคยฟัง Salena Jones มาก่อน เลยไม่รู้ว่า จะได้เจออะไร แต่เท่าที่สังเกตดู คนส่วนใหญ่จะสนุกกับการแสดงของเธอ
อาจเป็นเพราะเพลงส่วนใหญ่ที่นำมาร้อง เป็นเพลงที่คุ้นเคยกันดี เช่น Summertime และ Tears in Heaven ซึ่งเธอร้องแบบนุ่มๆ ฟังสบายๆ
น้ำเสียงของ Salena Jones จะเป็นโทนลักษณะที่ ทุ้ม ใหญ่ และแหบเล็กน้อย .. ผมคิดว่า เธอเสียงคล้ายๆ กับ Nina Simone นิดๆ นะ ถ้าใครนึกไม่ออก ลองนึกประมาณว่า อยู่ตรงกลางระหว่าง นันทิดา แก้วบัวสาย กับ Tina Turner น่ะ (จะนึกออกมั้ยเนี่ย)
เธอปิดการแสดงของเธอวันนั้นด้วยเพลง Don’t Mean A Thing If It Ain’t Got That Swing ซึ่งร้องได้มันส์เร้าใจมาก (โอเค .. อาจจะไม่ได้ scat ไฟแล่บแบบ Ella Fitzgerald แต่คึกคักสนุกสนานไม่แพ้กันแน่นอน)

การแสดงชุดต่อไปเป็นของ Lee Ritenour ซึ่งเคยมาเล่นเมื่อสองปีก่อน (ผมไม่ได้มาดูง่ะ) มาครั้งนี้ เหมือนว่า Lee จะเน้นที่การเล่นเพลงจากอัลบั้มชุดใหม่ล่าสุดซะมาก (คงอยู่ในระหว่างทัวร์โปรโมทอัลบั้ม) ไม่ค่อยมีเพลงที่คุ้นเคยเท่าไหร่
วงของ Lee มี Dave Grusin เล่ยเปียโนให้ และมี Melvin Davis เล่นเบส (มือกลองจำชื่อไม่ได้แล้วครับ แฮะๆ) ซึ่งนักดนตรีชุดนี้ ก็เป็นชุดเดียวกับที่เล่นในคืนวันอาทิตย์ในช่วงการแสดงของ Dave Grusin ด้วย
ไม่รู้ว่าผมรู้สึกไปเองหรือเปล่า ว่า การแสดงของ Lee เหมือนจะดูเนือยๆ .. อาจเป็นเพราะเล่นเพลงช้าๆ ซะเยอะ หรือ ผมไม่ค่อยรู้จักเพลงที่เล่นเท่าไหร่ มีเพลงที่คุ้นหูจะๆ อยู่คือเพลง Mountain Dance ของ Dave Grusin
การแสดงของ Lee ปิดท้ายด้วยเพลง Rio Funk ซึ่ง เพลงนี้เนี่ย ถ้าไม่เล่นคงมีคนเคืองกันเยอะแน่ๆ

ถ้าใครเคยผ่านถนนพหลโยธินช่วงแถวๆ อนุเสาวรีย์มาทางสนามเป้า น่าจะเคยเห็นป้ายโฆษณาคอนเสิร์ตของทาทา ยัง ที่มีในคืนวันที่ 15 ตรงกับงาน Jazz Festival นี้พอดี (ป่านนี้ก็ยังอยู่เลยมั้ง)
คำโฆษณาที่โปรยอยู่บนป้ายนั้น เขียนว่า “The Hottest Concert of the Year”
คนที่คิดยังงี้ แปลว่า ไม่ได้มาดู Tower of Power เล่นที่สนามเสือป่าในคืนนั้น!!!
วง Tower of Power เป็นเหตุผลอย่างหนึ่งที่ทำให้หลายๆ คน (รวมทั้งผม) “ต้อง” มาดูงานนี้ให้ได้
Tower of Power เป็นวงที่เล่นดนตรี Soul โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ horn section (กลุ่มเครื่องเป่าทองเหลือง) เป็นกลุ่มนักดนตรีมือปืนรับจ้างที่เล่นอัดเสียงให้กับศิลปินดังๆ มากมาย (ที่ผมจำได้จริงๆ มีเพลงเดียว คือ The Bitch Is Back ของ Elton John)
เท่าที่จำได้ เพลงที่เล่นมี Soul with a Capital “S”, What is Hip? และ Time Will Tell และมี encore ด้วยเพลง You’re Still a Young Man และ Knock Yourself Out
ผมไม่เคยฟัง หรือดู live ของ Tower of Power มาก่อน (เคยฟังแต่เพลงจาก studio album) ต้องขอยอมรับว่า วงนี้เล่นสดได้ร้อนแรงมาก หลายๆ คน ทนไม่ไหว ต้องถึงขั้นต้องลุกขึ้นมาดิ้นเลยทีเดียว
ทำให้นึกถึงปีที่แล้วเหมือนกัน ที่ Incognito มาเล่น หลังจากเล่นเพลงแรกจบ (รู้สึกว่าจะเป็นเพลง Colibri) แล้ว Bluey (Jean-Paul Maunick) หัวหน้าวง ก็เรียกคนให้ลุกขึ้นมาเต้น (ประมาณว่า พวกเอ็งนั่งทำอะไรกันอยู่ .. วงข้าเล่นเพลง dance นะเฟ้ย) หลังจากนั้นคนก็ลุกขึ้นมาเต้นกันฝุ่นตลบตลอดการแสดง ผมกระเด็นจาก อยู่โซนกลางๆ ไปติดขอบเวทีเลย
ผมเชื่อว่า หลายๆ คนคงคิดว่า แค่ได้มาดู Tower of Power วงเดียว ก็คุ้มค่าบัตรแล้วล่ะ … คืนนั้นผมกลับไปนอนฝันเลยล่ะ ว่าผมได้เอา CD ของ Tower of Power ที่ผมมี มาขอลายเซ็นต์ด้วย (เป็นเอามากวุ้ย)

พักตรงนี้ก่อนนะครับ .. แล้วจะมาเล่าต่อวันหลัง

11:07 นาฬิกา
22 ธันวาคม 2549

3 ความเห็น »

  1. […] กลับมาต่อกับ บรรยากาศงาน Bangkok Jazz Festival ปีนี้กันต่อครับ ถ้ายังไม่ได้อ่าน ตอนแรก ก็ย้อนกลับไปอ่านซะหน่อยนะครับ จะได้รู้ว่าผมพูดถึงอะไรไปแล้วบ้าง […]

    Pingback โดย บรรยากาศ งาน Bangkok Jazz Festival 2006: Part II « Oz’ Blog — ธันวาคม 23, 2006 @ 4:29 pm

  2. […] กลับมาต่อจาก Part I และ Part II ของงาน Bangkok Jazz Festival 2006 นะครับ ตอนนี้ก็เป็นตอนสุดท้าย บรรยากาศของคืนที่สามของงานนี้ […]

    Pingback โดย บรรยากาศ งาน Bangkok Jazz Festival 2006: Part III « Oz’ Blog — ธันวาคม 24, 2006 @ 4:09 pm

  3. Confirm!
    Tower of Power is great. I am trying to find their albums.

    Thanks for writing these things down. It makes my memory flash back to the scenes clearly.

    ความเห็น โดย Nim — มกราคม 9, 2007 @ 3:37 pm


RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

สร้างเว็บไซต์หรือบล็อกฟรีที่ WordPress.com.

%d bloggers like this: