Oz’s Blog

ธันวาคม 23, 2006

บรรยากาศ งาน Bangkok Jazz Festival 2006: Part II

Filed under: Music Talk — siroz @ 4:29 pm

กลับมาต่อกับ บรรยากาศงาน Bangkok Jazz Festival ปีนี้กันต่อครับ
ถ้ายังไม่ได้อ่าน ตอนแรก ก็ย้อนกลับไปอ่านซะหน่อยนะครับ จะได้รู้ว่าผมพูดถึงอะไรไปแล้วบ้าง

คืนวันเสาร์ ผมพยายามไปถึงงานให้เร็วขึ้น จะได้ทันดูวงแรก ปรากฏว่า ไปถึงหน้างานตอนที่เค้าเปิดเพลงสรรเสริญพระบารมีพอดี (เลยทำให้รู้ว่า เค้าจะเปิดเพลงสรรเสริญฯ ก่อนการแสดง ทุกวัน .. มาไม่เคยทันเลย แหะๆ)
พอเข้าไปหาที่นั่งได้ วง Asia Beat Project ก็เล่นอยู่พอดี วงนี้เป็นการรวมตัวของนักดนตรีเอเชีย โดยครึ่งหนึ่งของวงเป็นเครื่องดนตรีสากล (กลอง เบส กีต้าร์ คีย์บอร์ด) ที่ผมรู้จักมี Jack Lee เล่นกีต้าร์ และมือกลองชาวมาเลเซีย (ขอโทษครับ จำชื่อไม่ได้อีกแล้ว) ที่มาเล่นปีที่แล้วกับ Jack Lee
อีกครึ่งหนึ่งเป็นเครื่องดนตรีพื้นบ้านของเอเชียชาติต่างๆ เท่าที่ผมจำได้ มี ขลุ่ย ซอด้วง กลองแขก และที่ขาดไม่ได้คือ ระนาดเอก โดยฝีมือการเล่นของ “ขุนอิน” คนที่ทำให้คนไทย บ้าระนาดกันไปพักใหญ่ๆ
วงนี้มีคนไทยเล่นอยู่ สามคนคือ ระนาด ขลุ่ย และซอด้วง
บรรยากาศการเล่นโดยรวม ไม่ได้ตื่นเต้นหวือหวานัก แต่ก็ไม่ได้เฉื่อยจนน่าเบื่อ สำหรับวงนี้ ผมประทับใจการเล่นขลุ่ยของคนไทยที่สุด (จำชื่อไม่ได้อีกแล้วแฮะๆ) เล่นได้ไหลพริ้วมาก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะผมชอบเครื่องเป่าอยู่แล้วเหรือเปล่า
เพราะเครื่องเป่ามีเอกลักษณ์ที่สามารถแสดงออกถึงอารมณ์และความรู้สึกได้มากที่สุด ผ่านการลากเสียงสั้นยาว กระแทกเสียงหนักเบา หรือแม้แต่การเอื้อนเสียงเหมือนกับเสียงคน
เรียกได้ว่า วงนี้เล่นเปิดงานเรียกน้ำย่อยได้ดีทีเดียว เข้ากับบรรยกาศของวันนั้น ซึ่งเป็นวันแรกที่อากาศเริ่มเย็นลงแล้ว (ซวยล่ะ ไม่ได้เอาเสื้อกันหนาวไปด้วย)

วงที่สอง เป็นวงจากโซนสแกนดิเนเวีย ชื่อวง Jazz Kamikaze เป็นวงดนตรี Jazz รุ่นใหม่ ที่สมาชิกเป็นคนวัยหนุ่มห้าคน
เช่นเคย ผมไม่รู้จักวงนี้ เลยไม่รู้ว่าจะเจออะไร ผมคิดว่าผมพอจะรู้จักดนตรี Jazz พอสมควร ดังนั้นคงไม่มีอะไรน่าประหลาดใจเท่าไหร่ แต่สิ่งที่เจอทำให้ถึงกับต้องตะลึง
เพราะวงนี้ เป็นวงที่เล่นดนตรีด้วยทักษะแบบ Jazz แต่เล่นด้วย attitude แบบนักดนตรี Rock!!
เพลงที่เล่น ส่วนใหญ่เป็นเพลงที่แต่งกันเอง .. หลายๆ เพลง มีโครงสร้างเป็นแบบ Jazz แบบดั้งเดิม (Head-Solo-…-Solo-Head)
แต่ลักษณะการเล่นนั้น ไม่ใช่แบบ Jazz แบบมาตรฐานแน่นอน .. กลองหวดหนักขนาดเทียบชั้นได้กับพวก Hard Rock หรือ Punk เลยทีเดียว
Double Bass ก็ไม่ได้ยืนเล่นเฉยๆ อย่างวงทั่วๆ ไป แต่ ยืนกางขาแล้วโยกตัวเบสไปด้วยขณะเล่น และเล่นโดยใช้โน๊ตที่กระโดดข้ามไปข้ามมา
Tenor Saxophone เสียงหลักของวงนี้ ก็เล่นแบบเต็มที่ ปล่อยโน๊ตแบบสายฟ้าแล่บมาฟาดฟันกับกีต้าร์ได้อย่างคู่คี่สูสี
เปียโนเองก็เล่นได้ดี ทั้งเพลงช้าและเพลงเร็ว ในเพลงท้ายๆ มันส์ถึงขั้นลุกขึ้นมายืนเล่นเลย (เห็นแล้วทำให้นึกถึง Elton John)
เพลงสุดท้าย(ก่อน Encore) เป็นการเอาเพลง Smell Like Teen Spirits ของ Nirvana มาเล่น (ยังจำกันได้หรือเปล่า) เรียกเสียงเฮ จากคนดูได้พอสมควร
จริงๆ แล้ว วงนี้ ถ้าจับมาแต่งหน้า แต่งตัวซะหน่อย อาจจะมองว่าเป็น boy band หน่อมแน้ม เล่นเพลงจีบสาวก็ได้ .. แต่การแสดงบนเวทีวันนั้น คงไม่ทำให้ใครคิดอย่างนั้นแน่นอน
มือ Saxophone นี่ ไว้ผมทรงโมฮ็อคแบบตัดเกรียนๆ ซะด้วย .. วงนี้ เจ๋งทั้งฝีมือทางดนตรี ลีลาท่าทาง และการเล่นดนตรีสดจริงๆ

การแสดงชุดที่สามของคืนวันเสาร์ เป็นช่วงที่หลายๆ คนรอคอย สังเกตได้เลยว่า คืนนั้น จะเป็นคืนที่คนมาเยอะที่สุด (ปูเสื่อนั่งกันจนแทบหาทางเดินไม่ได้)
Lisa Ono ออกมาในชุดสีเหลืองหวานๆ ยิ้มแย้มแจ่มใสดี มาถึงก็เริ่มเล่นเลย
ผมเองไม่ใช่แฟนเพลงลิซ่า และก็ไม่ค่อยรู้จักสไตล์ Bossanova เท่าไหร่ เลยอาจจะรู้สึกเฉยๆ กับช่วงนี้ .. แต่เท่าที่สังเกต คนอื่นๆ ดูจะ enjoy กับการแสดงมากๆ พอจบเพลงก็ปรบมือ ส่งเสียงเชียร์ลิซ่ากันใหญ่
เนื่องจากผมไม่ค่อยรู้จักเพลง เลยนั่งดูลิซ่าเธอเล่นกีต้าร์ไปแทน นั่งๆ ดูทางจอ LCD ขนาดยักษ์ที่วางไว้ข้างเวที นั่งๆ ดูก็เพิ่งสังเกตว่า เออ คุณลิซ่านี่มีวิธีเล่นคอร์ดเหมือนผมเลยนะ (บ้าแล้ว เอ็งน่ะแหละ ที่ไปเล่นเหมือนเค้า)
มี surprise สำหรับคนดูด้วยคือ คุณลิซ่า เธอร้องเพลง “สายชล” ด้วย (“เหม่อมองดูสายน้ำวน เหม่อมองสายชล …” จำกันได้มั้ยครับ) เรียกเสียงกรี๊ดได้เยอะที่เดียวล่ะ
ต้องยอมรับว่าคุณลิซ่าทำได้ดีทีเดียวครับ ถึงแม้จะร้องออกมาได้ไม่ชัดในบางคำ (คงออกเสียงยากน่ะ เห็นต้องอ่านไปด้วยร้องไปด้วย) แต่โน๊ตเนี่ยร้องออกมาไม่ผิดจังหวะ ไม่ผิดเสียงเลย
ได้ฟังแล้ว ทำให้คิดถึงนักร้องไทย สำเนียงฝรั่ง(ขี้นก)สมัยนี้ … ผมว่า คุณลิซ่าเนี่ย ร้องคำไทยหลายๆ คำ ได้ชัดและไพเราะ กว่าบางคนซะอีก
คุณลิซ่า จบการแสดงด้วยการ encore ด้วยเพลงบังคับของ Bossanova คือ Girl from Ipanema ของ Antonio Carlos Jobim (เพลงนี้ผมรู้จักแฮะ อิอิ)

การแสดงของคืนวันเสาร์ปิดท้ายด้วย วง Yellow Jacket วง Fusion ที่อยู่มานานกว่ายี่สิบปีแล้ว
ไม่รู้ว่า คนส่วนใหญ่ไม่รู้จักวงนี้ หรือ ตั้งใจมาดูแค่ลิซ่า โอโนะ หรืออย่างไร เห็นทยอยกันกลับ ตั้งแต่วงนี้ เล่นไปได้ไม่ถึงครึ่ง
แต่ต้องยอมรับว่า Yellow Jacket เล่นได้ฟังค่อนข้างยาก ไม่ค่อยจะชินหูกันเท่าไหร่
ผมเองตอนนั้นก็ชักเพลียแล้วครับ เพราะคืนนั้น ทุกช่วงเล่นยาวกันหมด กว่า Yellow Jacket จะได้ขึ้นก็ห้าทุ่มเข้าไปแล้ว
แต่ก็ไม่คิดจะกลับก่อนหรอกนะครับ บัตรมันแพง ต้องอยู่ให้คุ้ม ฮ่าฮ่า .. คงมีคนคิดอย่างผมอยู่เยอะเหมือนกัน ก็อยู่กันจนจบ
จนช่วง encore ที่เล่นเพลง Revelation (เพลงใครก็ไม่รู้ ที่ร้องว่า “Revelation is here”) เพลงนี้คึกคักหน่อย คนเลยทยอยกันมามุงกันที่หน้าเวทีแล้ว
ก็ถือว่าจบอย่างสวยงามครับ ถึงคนจะอยู่ดูไม่เท่าช่วงของลิซ่า แต่คนที่อยู่ดูก็ดูท่าว่าจะสนุกสนานกันทั้งนั้น

ตอนหน้ามาต่อกัน สำหรับ คืนวันอาทิตย์ คืนสุดท้ายครับ

ให้ความเห็น »

ยังไม่มีความเห็น

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

สร้างเว็บไซต์หรือบล็อกฟรีที่ WordPress.com.

%d bloggers like this: