Oz’s Blog

ธันวาคม 24, 2006

บรรยากาศ งาน Bangkok Jazz Festival 2006: Part III

Filed under: Music Talk — siroz @ 4:09 pm

กลับมาต่อจาก Part I และ Part II ของงาน Bangkok Jazz Festival 2006 นะครับ
ตอนนี้ก็เป็นตอนสุดท้าย บรรยากาศของคืนที่สามของงานนี้

วันอาทิตย์ วันสุดท้าย จริงๆ แล้ว ต้องถือว่ามีการแสดงหลักๆ แต่สามชุดเท่านั้น เพราะช่วงสุดท้ายเป็นช่วงที่ทางผู้จัดงานโปรโมตไว้ว่าเป็น “All Star Jam” ซึ่งผู้จัดงานยังบอกกำกับไว้ด้วยว่า เป็นไฮไลต์ของงานนี้
เปิดงานวันอาทิตย์ด้วย วงของคุณจิรพรรณ อังศวานนท์ อดีตผู้ร่วมทีมบัตเตอร์ฟลาย ผมเองรู้จักชื่อคุณจิรพรรณครั้งแรก ตอนเป็นเด็กๆ ที่เห็นชื่อคุณจิรพรรณเป็น producer ให้กับอัลบั้มของวง Hi-Rock (วันเวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก)
ซึ่งคุณจิรพรรณ เป็นนักดนตรีและ producer ที่มีประวัติผลงานมากมาย ส่วนใหญ่ในฐานะคนเบื้องหลัง
วันนั้น ต้องยอมรับว่า คุณจิรพรรณเล่นได้ดีสมศักดิ์ศรี วงคนไทยวงเดียวที่ได้เล่นในงานนี้จริงๆ ถึงแม้โทนจะเอียงไปทางเพลงช้าๆ ฟังสบายๆ ซะเยอะก็ตาม
ช่วงท้ายๆ ที่คุณโก้ Mr. Saxman ออกมาเล่นด้วย ดูจะเป็นช่วงที่เรียกเสียงเฮจากคนดูได้เยอะทีเดียว (แต่คุณโก้ดูจะอ้วนขึ้นนะ อิอิ)
มีคุณพัชรา ดีล่า และนักร้องหญิงอีกคนหนึ่ง (ไม่ทันได้ฟังชื่อครับ ขอโทษด้วย) มาร่วมร้องเพลงด้วย
คุณพัชรา ดีล่า ร้องเพลง Never Say Goodbye ได้ยอดเยี่ยมมาก .. ฟังแล้วขนลุกเลยทีเดียว

วงที่สองที่เล่นคือ Asian Super Guitar Project เป็นการรวมตัวของมือกีต้าร์ชาวเอเชียสามคน คือ Jack Lee จากเกาหลี Eugene Pao จากฮ่องกง และ Kazumi Watanabe จากญี่ปุ่น
ผมไม่แน่ใจว่าการฟอร์มวงเป็นลักษณะเฉพาะกิจหรือเปล่า เพราะทั้งสามคนดูเหมือนจะเล่นกันแบบสบายๆ โดยมีกลองและเบสช่วยเล่นสนับสนุน
เล่นสบายๆ ในที่นี้ ไม่ได้หมายความตรงตัวอย่างนั้นเลย ทั้งสามคนนั้น ต่างก็ฝีมือไม่ธรรมดากันทั้งนั้น ต่างงัดกลเม็ดกันออกมาใช้กันเต็มที่
ผมประทับใจกับคุณคาซูมิ เป็นพิเศษ ได้ทราบมาจากเพื่อนคนหนึ่งว่า คุณคาซูมินี่เป็นมือกีต้าร์ที่เล่นได้หลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็น classical ไปจนถึง rock เป็นกีต้าร์ฮีโร่ชื่อดังคนหนึ่งของญี่ปุ่นเลยทีเดียว
การแสดงชุดนี้ ดูแล้วครึ้มอกครึ้มใจครับ อยากกลับบ้านไปเล่นกีต้าร์มั่ง (ทั้งๆ ที่เล่นไม่ได้ซักกระผีกของเค้าหรอก)

การแสดงชุดที่สาม คือ การแสดงของ Dave Grusin ซึ่งใช้นักดนตรีชุดเดียวกับการแสดงของ Lee Ritenour ในวันแรก และได้ Lee มาร่วมเล่นในหลายๆ เพลงด้วย
ต้องถือว่า ค่อนข้างพิเศษ สำหรับการแสดงนี้ เพราะว่า ปกติแล้ว Dave Grusin ไม่ใช่นักดนตรีทื่จะออกมาเล่นคอนเสิร์ตบ่อยนัก
อาจเป็นเพราะว่า Dave นั้น เป็นนักดนตรีที่ค่อนข้างจะมุ่งเน้นในการทำงานใน studio ซะมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นผลงานอัลบั้มของตัวเอง ผลงานที่ไปร่วมเล่นในอัลบั้มของคนอื่น ผลงานการประพันธ์เพลงประกอบภาพยนตร์ (score) รวมถึงการดูแลค่ายเพลง GRP ที่เค้าร่วมก่อตั้ง
การแสดงของ Dave ในคืนนี้ ค่อนข้างน่าประทับใจมาก ซึ่งคงเป็นผลส่วนหนึ่งมาจากที่ตัว Lee Ritenour ในคืนนี้ก็ดูจะกระฉับกระเฉงกว่าในคืนแรก
ถือว่าคุ้มค่ามากครับ สำหรับการแสดงนี้ ที่เราได้ดู Dave Grusin ซึ่งเป็นนักดนตรี ที่มีฝีมือทั้งในด้านการเล่นเปียโน การแต่งเพลง และการเรียบเรียบเสียงประสาน
พอจบการแสดงชุดนี้เพลงสุดท้าย Lee Ritenour ก็ประกาศว่า เดี๋ยวช่วงต่อไปจะเป็น All Star Jam ซึ่งจะมีนักดนตรีหลายๆ คนมาร่วมเล่นกัน

หลังจากพักไปแล้ว วงดนตรีชุดเดิมก็กลับมา พร้อมกับ Bob Mintzer จากวง Yellow Jacket และ Jack Lee
การแสดงชุดนี้เป็นการบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ โดยมีการผลัดกันขึ้นมา improvise โดย Lee Ritenour, Bob Mintzer, Dave Grusin และ Jack Lee
ผมเข้าใจว่า นักดนตรีทั้งกลุ่มนี้ ไม่คุ้นเคยกับเพลงพระราชนิพนธ์กันมาก่อน เพราะว่าต้องเล่น (ท่อน head ของเพลง) ด้วยการอ่านโน๊ตไปด้วย
แต่ก็นักดนตรีกลุ่มนี้ ก็เล่นได้แบบสบายๆ เพราะดนตรีแนว Jazz Blues อย่างเพลงพระราชนิพนธ์ คงต้องผ่านมือนักดนตรีกลุ่มนี้มาบ้าง (เพลงพระราชนิพนธ์หลายๆ เพลงมีโครงสร้างเป็น Blues)
ต้องยอมรับว่า การแสดงชุดนี้ ถึงจะสั้น (เล่นกันแค่สามเพลง) แต่น่าประทับใจมากครับ ที่ได้ฟังเพลงพระราชนิพนธ์ ที่เราคุ้นเคย ถูกถ่ายทอดออกมาจากนักดนตรีระดับโลก
เหมือนว่า คนดูส่วนใหญ่จะชอบการแสดงชุดนี้มาก ต่างก็ปรบมือ ส่งเสียงเชียร์กันใหญ่

แล้วก็มาถึงการแสดงชุดสุดท้ายจริงๆ ของงาน Bangkok Jazz Festival 2006 เป็น Jam Session อีก session หนึ่ง โดยนักดนตรีอีกชุดนึง
ซึ่งประกอบด้วยนักดนตรีชาวไทย คือ คุณแมว จิระศักดิ์ ปานพุ่ม และ คุณนอ นรเทพ มาแสง (วง Cresendo หรือจริงๆ น่าจะเรียกว่า นอ วง Pause)
และมี ยูจีน เปา มาร่วมเล่นกีต้าร์ และมือเปียโนจากวง Yellow Jacket มาร่วมเล่นด้วย (มือกลอง ผมจำไม่ได้แล้วครับว่าใครเล่น)
เล่นกันแค่สองเพลงคือ Fly Me to the Moon และ Cantaloupe Island
ผมคิดว่า คนที่มาดูคง งงๆ ว่ามันเกิดอะไรกันขึ้น เพราะว่าการแสดงชุดนี้ดูจะขาดๆ เกินๆ ยังไงพิกล โดยเฉพาะถ้าเอาไปเทียบกับ Jam Session ที่เพิ่งจบไปก่อนหน้า
พอเล่นจบเพลงที่สอง เปิดไฟสว่าง ผมคิดว่า คนดูยิ่ง งง หนักกว่าเก่าว่า อ้าว นี่จบแล้วเหรอ ดูจะเป็นการจบที่ไม่ค่อยน่าประทับใจนัก ผมคิดว่าคนจัดโปรแกรมคงจะกะอะไรไว้ผิดพลาดแน่นอน ถึงได้เอาการแสดงชุดนี้มาไว้ปิดท้ายสุด

ถ้าไม่นับการแสดงชุดสุดท้ายที่ดูจะค่อนข้างหลุดๆ ไปนิด ผมคิดว่าโดยรวมแล้วงาน Bangkok Jazz Festival ในปีนี้ ถือว่าจัดได้ดี ทั้งในด้านศิลปิน การจัดเวทีและเสียง (ไม่ถึงขั้นดีเยี่ยม แต่ถือว่าค่อนข้างโอเค) การประชาสัมพันธ์ และ facility อื่นๆ (สำคัญที่สุด คือ ห้องน้ำ ซึ่งปีนี้จัดได้เหมาะสม และดูสะอาดดี)
แต่ก็มีข้อเสียอยู่นะครับ คือ บัตรราคาแพงขึ้นกว่าเดิมมาก (ปีที่แล้ว สามวันสองพันบาท ปีนี้ สามวันสามพันบาท
อาหารและเครื่องดื่มก็ราคาแพงมาก .. น้ำเปล่าขวดละเจ็ดบาทตามร้านสะดวกซื้อ ท่านเล่นขายขวดละยี่สิบเลยนะ (นึกว่านั่งร้านคาราโอเกะอยู่นะเนี่ย) จะบอกว่าชาร์จ ก็ไม่สมเหตุสมผล เพราะค่าบัตรเข้างานก็จ่ายไปแล้ว (และแพงเสียด้วย) หรือเป็นเพราะปีนี้ ไม่ได้จัดร่วมกับ การท่องเที่ยวฯ หรือเปล่า (การท่องเที่ยวฯ เค้าจัด Jazz Royale ของเค้าเอง) คนจัดงานเลยต้องโกยกำไร ชดเชยทุนที่หายไป
ข้อเสียอีกอย่างที่สำคัญ คือ พิธีกร … ใครก็ได้ ได้โปรดเถอะ เอาอีตาดีเจ่เก่ง คลื่นเก็ท นี่ไปเก็บที .. ผมละเบื่อจริงๆ คนพูดภาษาไทย แต่ทำสำเนียงฝรั่งเนี่ย (พูดไทยไม่ชัด มาเป็นดีเจได้ไงวะ)

คงต้องรอช่วงกลางๆ ถึงปลายๆ ปีหน้านะครับ ถึงจะได้รู้ว่า งานปีหน้า จะมีศิลปินคนไหน วงไหนมาเล่นบ้าง
นอกจากรอดูว่าใครจะมาเล่นแล้ว ก็คงต้องรอดูด้วยว่า ค่าบัตรจะแพงขึ้นไปอีกหรือเปล่า (แค่นี้ก็แพงจะแย่อยู่แล้ว)
ผมคิดว่าปีนี้ หลายๆ คนเจอราคาบัตรแพงขนาดนี้ ก็คงถอยไปเหมือนกัน (บัตรวันเดียว ก็พันสองร้อยบาทเข้าไปแล้ว) ถ้าไม่ชอบจริงๆ ก็คงไม่ควักกระเป๋ามาดูแน่
หวังว่า ในปีหน้า ผู้จัดคงพิจารณาประเด็นตรงนี้ด้วย เพราะปีนี้ ก็คงเห็นได้ชัดเจนเหมือนกันว่า จำนวนคนมาดูลดลงไปจากปีที่แล้วเยอะมาก
สำหรับผมแล้ว ผมคิดว่าไม่จำเป็นเลยที่ต้องเน้นที่การหาศิลปินที่มีชื่อเสียงมากๆ มาเล่นหลายๆ คน หลายๆ วง เพราะมันจะทำให้บัตรราคาแพงขึ้นอย่างแน่นอน
ผมเชื่อว่า สำหรับคนที่ไปงานนี้นั้น ไม่ได้ต้องการที่จะไปดู “ดารา” … “ดนตรี” ต่างหากที่เป็นหัวใจของงานนี้

15:57 นาฬิกา
24 ธันวาคม 2549

ให้ความเห็น »

ยังไม่มีความเห็น

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

สร้างเว็บไซต์หรือบล็อกฟรีที่ WordPress.com.

%d bloggers like this: