Oz’s Blog

ธันวาคม 27, 2006

ไว้อาลัย James Brown

Filed under: Music Talk — siroz @ 10:03 pm

เมื่อวันจันทร์ ขณะผมกำลังคุยกับเพื่อนทาง MSN อยู่ อยู่ๆ เค้าก็บอกว่า “James Brown ตายแล้วนะ”
เอาละสิ ผมก็งง จะเล่นมุขอำอะไรกันหรือเปล่าเนี่ย แต่พอลองหาข่าวจาก Internet ก็ปรากฏว่าเป็นความจริง
James Brown เสียชีวิตลงแล้ว เมื่อเช้ามืดของวันที่ 25 ธันวาคม (ตามเวลาของสหรัฐฯ)
วันนี้ ขอพูดถึง James Brown เสียหน่อย เพื่อไว้อาลัย และระลึกถึงผลงานที่เขาได้ฝากไว้

James Brown นั้นเคยได้ฉายาหนึ่งว่า The Hardest Working Man in Show Business นั่นก็คือ เป็นคนที่ทำงานหนักที่สุดในวงการบันเทิง
นั่นเป็น เพราะตัวเขานั้น ทั้งขยันสร้างผลงานบันทึกเสียง และออกแสดงสด ซึ่งแม้แต่ในวันที่เขาเสียชีวิตนั้น ก็ยังอยู่ในช่วงที่เขายังตระเวนแสดงคอนเสิร์ต

James Brown เริ่มอัดเสียง single และ album ในช่วงปลายยุค 50’s ซึ่งถือได้ว่า ตัวเขามีส่วนสำคัญที่ผลักดันให้ดนตรี Soul ซึ่งพัฒนามาจากดนตรี Gospel และ R&B (Rhythm and Blues) เข้าสู่ความนิยมในกระแสหลัก
ถึงแม้ ตำแหน่ง The Architect of Soul นั้น จะเป็นของ Ray Charles (หรือบางคนก็ว่าเป็นของ Ahmet Ertegun ผู้ซึ่งเป็น producer ของ Ray Charles ในยุคแรกๆ) เพราะว่า Ray Charles นั้นได้บุกเบิก วางรากฐานของดนตรี Soul ไว้ตั้งแต่ ยังไม่มีใครเรียกดนตรีขนิดนี้ว่า “Soul” ด้วยซ้ำ (น่าเสียดายที่พอดนตรี Soul ได้รับความนิยม Ray Charles เอง ก็หันไปเล่นดนตรีประเภทอื่นซะมากกว่าแล้ว)
แต่ว่า James Brown นั้น ได้รับการยกย่องว่าเป็น The Godfather of Soul ซึ่งก็ไม่ได้เป็นคำกล่าวที่เกินเลยความจริงไปแต่อย่างใด

James Brown ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่นั้น ในช่วงกลางยุค 60’s เขายังได้ร่วมกับวงของเขา The JBs ผลักดันดนตรี Soul ให้พัฒนาไปเป็นดนตรีประเภทที่เรียกว่า “Funk” ซึ่งดนตรี Funk เองก็ถูกพัฒนาต่อไปเป็น Disco, Acid Jazz, Hip-Hop และดนตรีประเภทที่เน้น “จังหวะ” อย่างพวก Bass & Drums
เพลงของ James Brown ที่ถือได้ว่า เป็นต้นแบบของ Funk คือ Papa’s Got A Brand New Bag
และ เพลงที่เป็นที่รู้จักกันดีก็คือ Get Up (I Feel Like A) Sex Machine
ซึ่งต้องถือว่า James Brown เป็นต้นฉบับตัวจริงของดนตรี Funk ถ้าใครจะศึกษาดนตรีประเภทนี้ ต้องห้ามพลาด James Brown อย่างเด็ดขาด

นอกจากนั้น James Brown ยังเป็นต้นฉบับของดนตรีอีกสายหนึ่ง นั่นก็คือ Rap
ก่อนหน้า James Brown นั้น ยังไม่มีใครที่เคยร้อง (หรือจริงๆ ต้องเรียกว่า “พูด” หรือ “ตะโกน”) ในแบบ Rap เลย
James Brown ถือเป็นคนแรกที่มีอัลบั้มเพลงในลักษณะนี้

นอกจากเป็นผู้บุกเบิกในทางดนตรีแล้ว James Brown ยังเป็นผู้ที่ต่อสู้เพื่อสถานะทางสังคมของคนดำด้วย
ในหลายๆ เพลงของเค้าจะพูดถึง สภาพชีวิตของคนดำ ตัวอย่างที่ชัดเจน คือ เพลง Say It Loud (I’m Black And I’m Proud) ซึ่งปลุกระดมให้คนดำภูมิใจในความเป็นคนดำ และต่อสู้เพื่อสิทธิของตน (ท่อน We’d rather die on our feet … Than be livin’ on our knees นั้นแปลได้ว่า “เราขอยอมตายเพื่อลุกขึ้นสู้ ดีกว่าทนอยู่คุกเข่าก้มหัวให้ใคร”)
ซึ่งการเคลื่อนไหวของ James Brown นั้น นอกจากจะมีผลทางสังคมแล้ว ยังมีผลทางการเมืองด้วย

ถึงแม้ว่า ชีวิตนักดนตรีของ James Brown นั้น จะประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ชีวิตส่วนตัวของเขากลับไม่สวยงามเลย
เนื่องจากเกิดมาในครอบครัวที่แตกแยก James Brown ในวัยเด็ก ต้องระเห็จจากบ้านญาติคนนั้น ไปญาติคนนี้ หรือแม้แต่ต้องอยู่ในซ่องก็เคยมาแล้ว
พออายุได้ 15 ปี ก็เลิกเรียนหนังสือ และต้องเกือบถูกตัดสินจำคุกคุกฐานขโมยรถ
แม้แต่หลังจากประสบความสำเร็จแล้ว ชีวิตของเขาก็ไม่ได้สวยหรูนัก เพราะ หลังจากช่วงประสบความสำเร็จสูงสุดในช่วงต้นยุค 70’s แล้ว เขาก็แทบจะไม่มีผลงานอะไรที่เป็นที่ยอมรับในระดับเดิมอีกเลย
พอเข้าช่วงปลายยุค 70’s เรียกได้ว่า ผลงานใหม่ๆ ของเขา แทบไม่เป็นที่สนใจเลย
นอกจากนั้น ตัวเขาเองยังมีปัญหาส่วนตัวรุมเร้าอีก เช่น ปัญหาคดีซิ่งรถ ยาเสพติด และ “ซ้อมเมีย”

แต่อย่างไรก็ตาม James Brown นั้น ได้รับความเคารพยกย่องจากคนในวงการเสมอ มีนักร้อง นักดนตรีมากมาย ที่ยกย่องให้เขาเป็น ต้นแบบ และแรงบันดาลใจ ซึ่งในนั้น รวมถึง Michael Jackson และ Prince ด้วย
เมื่อเร็วๆ นี้ ก็มีหนังอยู่หลายเรื่อง ที่ James Brown ปรากฏตัว (เป็นตัวเอง) ในฐานะที่เป็น icon ของคนดำที่ถือว่าทรงอิทธิพลที่สุดในศตวรรษ (ถ้าใครได้ดูเรื่อง The Tuxedo คงจำฉากที่เฉิน หลง ต้องขึ้นไปร้อง/เต้น เพลง Sex Machine แทน James Brown ได้)

การจากไปของ James Brown ถือเป็นการสูญเสียครั้งสำคัญของคนอเมริกัน และวงการดนตรี
ในเชิงดนตรีแล้ว ถึงแม้ว่าเพลงในสไตล์ของ James Brown ในปัจจุบัน จะถือว่า “หมดยุค” ไปแล้ว (ทุกวันนี้ แทบจะไม่มีใครเล่น หรือฟังเพลง Soul/Funk ในแบบยุคนั้นแล้ว)
แต่ว่าผลงานที่เขาได้สร้างเอาไว้ ได้กลายเป็น “ราก” หยั่งลึก และแผ่ขยาย แตกกิ่งก้านสาขาออกไปเป็น ดนตรีแนวใหม่ๆ มากมาย

ด้วยความอาลัย

21:54 นาฬิกา
27 ธันวาคม 2549

5 ความเห็น »

  1. ร่วมไว้อาลัยด้วย

    ตอนนี้รอดูว่าจะมีทริบิวท์ไว้อาลัยหรือเปล่า ตอน Ray เสียชีวิต มีโอกาสดูนักร้องในวงการร่วมกันจัดงานทริบิวท์รำลึกถึง

    ความเห็น โดย Khun T — ธันวาคม 28, 2006 @ 2:35 pm

  2. บางที คิดๆ แล้ว ก็น่าน้อยใจเหมือนกันนะครับ ที่งาน tribute ทั้งหลา่ยมักจะมาเอาตอนเจ้าตัวเสียชีวิตไปซะก่อนแล้ว (ซึ่งแทนที่ เจ้าตัวจะได้ค่าลิขสิทธิ์ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ เลยกลายเป็นมรดกไปซะแทน)

    ความเห็น โดย siroz — ธันวาคม 28, 2006 @ 5:50 pm

  3. พี่ Oz ผมเอาเรื่องสนุกๆ มาให้เล่น blog tag

    ความเห็น โดย deans4j — มกราคม 5, 2007 @ 11:08 pm

  4. พี่ Oz ผมมีเรื่องสนุกๆ มาให้เล่น blog tag หุหุ

    ความเห็น โดย deans4j — มกราคม 5, 2007 @ 11:10 pm

  5. งานเรื่องต้องมีวันเลิกลา
    ร่วมไว้อาลัยด้วยคนค่ะ

    ความเห็น โดย chompoo — กรกฎาคม 3, 2008 @ 1:29 pm


RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

สร้างเว็บไซต์หรือบล็อกฟรีที่ WordPress.com.

%d bloggers like this: