Oz’s Blog

พฤษภาคม 20, 2007

Open Source Software กับ ชีวิตของผม : Part III

Filed under: Expinion — siroz @ 5:15 pm

สวัสดีครับ
มาต่อจาก ตอนที่แล้ว (Open Source Software กับ ชีวิตของผม : Part II) นะครับ
มาลุ้นกันว่า จะจบที่ตอนนี้หรือเปล่า (ตอนแรก นึกว่าจบตั้งแต่ตอนที่สองแล้ว)

จากตอนที่แล้ว ที่พูดถึงเรื่องของ TCO นั้น … จะเห็นได้ว่า TCO เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย ถ้าจะพูดถึงการเลือก solution มาใช้งาน
เพราะ เรื่อง “เงิน” นั้น ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ … การจะลงทุนอะไรไป ก็ต้องรู้ว่า ต้องจ่ายเท่าไหร่กันแน่ จึงจะรู้ว่า การลงทุนนี้คุ้มค่า .. น่า “เสี่ยง” ลงทุนหรือไม่

ในกรณีของ commercial product นั้น อะไรๆ ค่อนข้างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น ราคา product ที่ต้องซื้อ .. ค่า MA ที่ต้องจ่ายเป็นรายปี .. ค่า training และ consulting ฯลฯ
แต่ ในกรณีของ solution ที่เป็น Open Source นั้น ดูเผินๆ เหมือนจะไม่ต้องจ่ายอะไร แต่ในความเป็นจริงนั้นไม่ใช่เลย

ในการประเมิน TCO นั้น จะต้องดูให้ครอบคลุมทุกแง่มุึมที่เกี่ยวข้อง ที่อาจทำให้เกิดค่าใช้จ่าย
สำหรับ Open Source Software นั้น ประเด็นนี้กลายเป็นปัญหาใหญ่เลยทีเดียว เพราะ ประเมินค่าใช้จ่ายยากมาก
ตัวอย่างเช่น .. องค์กรแห่งหนึ่งตัดสินใจที่จะใช้ Open Source Library ซักตัวนึง ในการพัฒนา Software
ค่าใช้จ่ายในการซื้อ Library ตัวนี้ อาจจะตีได้ว่าเป็นศูนย์
แต่การจะนำมาใช้ ถ้าไม่มี know how อยู่แล้ว ก็ต้องศึกษา .. ไม่ว่าจะด้วยการใช้ resource (staff) ที่มีอยู่แล้ว หรือซื้อจากข้างนอกมา (เช่น การซื้อ consulting/training)
ปัญหา คือ ตรงนี้มักจะประเมินออกมาเป็นตัวเลขที่แน่นอนไม่ได้

ก่อนที่ผมจะออกทะเลไปไกลกว่านี้ ขอวกกลับเข้ามาก่อนดีกว่า
สุดท้ายแล้ว ค่าใช้จ่ายที่ประเมินได้ยากนี้ นอกจากจะทำให้เราประเมิน TCO ของการใช้ Open Source Software ได้ไม่แน่นอนแล้ว ยังมีผลต่อปัจจัยเรื่อง “ความเสี่ยง” อีกด้วย
ความเสี่ยง ต่อ ความเสียหายจากการนำ Software ตัวหนึ่งๆ มาใช้ .. ซึ่งความเสียหายในที่นี้ อาจจะหมายถึง ความล่าช้าที่เกิดขึ้นในการพัฒนา Software หรือ downtime หลังจากที่เกิดจาก Software ไม่สามารถทำงานได้
ความเสียหายที่เกิดขึ้น อาจจะประมาณออกมาเป็นจำนวนตัวเลขได้ เช่น คำนวนได้ว่าถ้า ระบบต้องหยุดทำงานไป สองชั่วโมง จะเกิดความเสียหายต่อธุรกิจเป็นเงินเท่าไหร่

ซึ่งความเสี่ยง นี้เป็นปัจจัยที่สำคัญอีกประเด็นหนึ่งในการเลือก solution
แน่นอนว่า ไม่มีใครต้องการ solution ที่มีความเสี่ยงสูง
Open Source Software นั้น ในหลายๆ กรณี ถูกจัดว่ามีความเสี่ยงสูง ในการนำมาใช้ เพราะ เหตุผลหลายๆ ประการ
เหตุผลที่ชัดเจน และมักจะถูกหยิบยกมาใช้อ้าง คือ ความไม่แน่นอนของตัว project
ไม่มีใครบอกไ้ด้ว่า project นี้ จะอยู่ไปอีกนานแค่ไหน .. จะมีการออก release ใหม่อีกเมื่อไร … เมื่อเกิด defect แล้วจะใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะแก้ไข
ถึงแม้ว่า project หลายๆ ตัวนั้นจะมี roadmap ประกาศออกมาชัดเจนก็ตาม
ประเด็นคือ ผู้ที่ร่วม contribute ให้กับ project นั้นๆ ไม่ได้มีข้อผูกมัดในการ contribute เพราะ ระบบการทำงานส่วนใหญ่จะเป็นระบบ อาสาสมัคร
ซึ่ง ในกรณีนี้ อาจจะไม่ีรวมถึง Open Source Project ที่มีบริษัทที่ำทำธุรกิจ จาก project นั้นๆ หนุนหลัง เช่น project ต่างๆ ของ Red Hat หรือ JBoss (ซึ่งกลายเป็น Red Hat ไปแล้ว)

ด้วยประเด็น เรื่อง TCO และความเสี่ยง นี้ จึงเป็นอุปสรรคที่สำคัญ ในการที่จะหยิบยก solution ที่เป็น Open Source Project มาเสนอ
โดยเฉพาะกับองค์กร ที่มีแนวคิดในด้านลบเกี่ยวกับ Open Source Software
ในกรณีที่ Open Source Software นั้น ไม่มีคู่แข่งในระดับเดียวกันในตลาด (ที่เป็น commercial product) อาจจะไม่ยากนัก เพราะสามารถยกเหตุผลได้ว่า ไม่สามารถหา product ในตลาดมาทดแทนได้
แต่ถ้าในตลาดมี product ในระดับเดียวกันอยู่ .. ก็จะต้องเตรียมตัวตอบปัญหาในเรื่องของ TCO และความเสี่ยงให้ดี
เพราะ ผู้บริหาร(ที่ดี) ส่วนใหญ่มักจะมองทะลุไปถึงความเป็นไปได้ในอนาคตด้วย
จะเกิดคำถามอย่างเช่น “ในอีกสามสี่ปีข้างหน้า ยังจะสามารถหาคนมา maintain ซอฟต์แวร์ของเราได้หรือไม่” .. “ค่าใช้จ่ายในตอนนั้น จะต่างไปจากตอนนี้แค่ไหน” .. “technology ที่ใช้ จะสามารถต่อยอดออกไปสร้างอะไรได้อีกหรือไม่”
ซึ่งคำถามเหล่านี้ … จะถูกส่งต่อมาถาม architect ที่เสนอ solution (ถึงแม้ ในหลายๆ กรณี architect จะตอบไม่ได้ก็ตาม)

สรุปได้แล้วมั้ง … ไม่อย่างนั้น จะยาว ออกน้ำ ออกทะเลไปไกล

ในมุมของ Software Development ณ วันนี้ ต้องใช้คำว่า “หลบไม่พ้น” ซะแล้ว สำหรับ Open Source Software ไม่ทางใด ก็ทางหนึ่ง ที่เราต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับมัน (ไม่ว่าเราจะต้องการ หรือไม่ก็ตาม)
ผมคิดว่า ประเด็นที่สำคัญก็คือ เราต้องรู้ว่า “เมื่อไร” ที่เราต้องจับมัน .. และ “เมื่อไร” ที่เราต้องหลบไปอยู่ห่างๆ มันเท่านั้นเอง

17:11 นาฬิกา
20 พฤษภาคม 2550

9 ความเห็น »

  1. เห็นด้วยว่ะอ๊อด มันต้องมีแผนในการใช้ Open Source

    แต่ว่าก็ว่าเถอะ เมื่อไหร่จะเข้าคณะบ้างเนี่ย นัดกันหน่อยดิ อยากเจอไอ้ฬิ่ว ได้ข่าวมันเล่นกล้ามมา

    ความเห็น โดย overbid — พฤษภาคม 26, 2007 @ 1:15 am

  2. ไอ้เบิ้ม ใช่เปล่าเนี่ย?

    ไอ้ฬิ่ว มันไม่ได้แค่เข้ายิมเล่นกล้ามธรรมดา … มันลงทุนจ้าง personal trainer เลยนะ
    ไม่รู้ว่านอกจากเล่นกล้าม แล้วมันยังเล่นอย่างอื่นอีกหรือเปล่า … ฮ่าฮ่าฮ่า

    ความเห็น โดย siroz — พฤษภาคม 27, 2007 @ 3:32 pm

  3. เออดิ จะมีใคร สุดยอดว่ะไอ้เชี้ยฬิ่ว นัด ๆ เดือนหน้าปลายเดือนอยู่ กทม ทั้งเดือน

    ความเห็น โดย overbid — พฤษภาคม 27, 2007 @ 7:19 pm

  4. โทรหามันสิ .. โทรไปไม่เคยเจอตัว มันอยู่ในฟิตเนสตลอด (โทรศัพท์อยู่ในล็อกเกอร์)

    ความเห็น โดย siroz — พฤษภาคม 28, 2007 @ 5:12 pm

  5. เรื่องนึงที่น่ากลัวหรือความเสี่ยงกับ Open Source ก็คือ สมมติมีปัญหาขึ้นมาจริงๆ ไม่รู้จะไปหาใครมาช่วย มันไม่มีมาตรฐานและความชัดเจนเลย มีเงินก็แก้ไม่ได้ เป็นปัญหาที่คนกลัวมากกว่า

    ในฐานะคนที่หยิบๆประกอบๆเทคโนโลยี จะลองพวก Open Source ที ไม่รู้ว่าข้อมูลไหนเป็นข้อมูลที่น่าเชื่อถือ แล้วในข้อมูลที่น่าเชื่อถือนั้น ใช้ได้กับ build ไหนบ้าง Open Source นี่มันมีหลายรุ่นหล่ยค่ายมากจนสร้างความสับสนพอควรเลย เป็นเวลาที่สูญเปล่ากว่ามูลค่าซอฟท์แวร์มาก

    ความเห็น โดย Khun T — พฤษภาคม 28, 2007 @ 5:21 pm

  6. เพราะ ความเสี่ยง หรือ ความไม่แน่นอน อย่างที่คุณ Khun T ว่ามาเนี่ยแหละครับ … ทำให้องค์กรใหญ่ๆ หลายๆ องค์กรต้องตั้งป้อมว่า “ไม่เอา Open Source”
    ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ศึกษาเลยว่า Open Source Software ที่พิจารณานั้น มีข้อดี ข้อเสีย แตกต่างจาก product อื่นๆ ในตลาดยังไง

    แต่หลังๆ มานี้ ต้องยอมรับว่า Open Source Project หลายๆ ตัวพัฒนาดีขึ้นมากครับ ทั้งในด้านทิศทาง คุณสมบัติ และความน่าเชื่อถือ
    แม้แต่ vendor บางเจ้าก็ลงมาจับมือกับทีมพัฒนา Open Source Software หรือไม่ก็ผลักดัน Open Source Software Project ของตัวเองออกมาซะเ้ลย

    ความเห็น โดย siroz — พฤษภาคม 28, 2007 @ 10:32 pm

  7. ใช่ อย่าง IBM ลงมาลุยกับ Zend ออก Framwork ของ php อย่าง Zend Framwork ความน่าใช้ของ php เยอะขึ้นจมเลย ไม่เหมือนเมื่อก่อน j2ee เท่านั้นที่เราต้องการ

    ความเห็น โดย overbid — พฤษภาคม 29, 2007 @ 11:20 pm

  8. ขอบคุณสำหรับ article นี้นะครับ ผมหลงเข้ามาอ่าน ได้ประโยชน์มากเลย

    ความเห็น โดย mn — ตุลาคม 14, 2007 @ 7:49 pm

  9. ขอบคุณครับ .. ดีใจด้วยที่หลงมา แ่ล้วไม่หลงผิดครับ😀

    ความเห็น โดย siroz — ตุลาคม 15, 2007 @ 6:30 am


RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

สร้างเว็บไซต์หรือบล็อกฟรีที่ WordPress.com.

%d bloggers like this: