Oz’s Blog

มิถุนายน 4, 2007

Good Man – คนดี??

Filed under: Songster — siroz @ 10:43 pm

หลังจากที่ผมเขียน Entry ก่อนหน้านู้น เกี่ยวกับเพลงของ Bonnie Raitt (link)
มีคำถามกลับมาว่า ทำไมถึงไปเีขียนถึงเพลงเก่าขนาดนั้น จะไปหาฟังได้ที่ไหนกัน
ก่อนจะเขียน Entry นี้ ขออนุญาตตอบก่อนเลยละกัน

สำหรับผม เพลงที่ดี น่าจดจำนั้น คือ เพลงที่ เมื่อเวลาผ่านไป สามารถกลับมาฟังได้อีกครั้ง
เหมือนว่าเราให้ เวลา เป็นเครื่องทดสอบ คุณค่าของบทเพลง
ว่า มันมีคุณค่า น่าเก็บไว้ฟัง หรือ เป็นเพียงลูกอม หมากฝรั่ง ที่เอาไว้อมๆ เคี้ยวๆ เล่น พอหมดความหวาน ก็คายทิ้ง

ในวันนี้ ผมขอพูดถึงเพลง Good Man ของ India.Arie
เพลงนี้มาจากอัลบั้ม Voyage to India ซึ่งออกมาเมื่อปี 2002 (ซึ่งอาจจะยังไม่จัดว่าเก่ามากนัก)

Voyage to India

จุดเ่ด่นหลักๆ ของ India.Arie คือ นอกจากเธอจะร้องเพลงได้ดี มีเอกลักษณ์แล้ว เธอยังแต่งเพลง(หรือมีส่วนร่วมในการแต่งเพลง)ทั้งหมดที่เธอร้องด้วย
ซึ่งเพลงแต่ละเพลงของเธอ ต้องบอกว่า ไม่ธรรมดาจริงๆ
ด้วยมุมมองที่แปลกแตกต่างไปจากเพลงทั่วๆ ไปที่เรามักได้ยินกันตามวิทยุ
เพลง Good Man ที่จะพูดถึงในวันนี้ ถือเป็นผลงานหนึ่ง ที่โดดเด่นของเธอ
เนื้อหา และ ความหมายของเพลงนี้ .. ผมจะปล่อยให้เนื้อเพลง เป็นผู้บอกเล่าละกันครับ

I remember the first day I met you
We were so young
You were a blessing
There was no guessing, you were the one

ฉันยังจำวันแรกที่ฉันได้เจอเธอ
เรานั้นยังเยาว์นัก
เธอเป็นดั่งสิ่งล้ำค่า
มั่นใจได้เลย เธอนี้คือหนึ่งเดียว

Love was so crazy
We had a baby and said our vows
That’s when you told me
Should anything happen, I can hear you now

(ในตอนนั้น) รักเราช่างบ้าคลั่งนัก
เรามีลูกน้อย และกล่าวคำปฏิญาณรักต่อกัน
นั่นคือ ตอนที่เธอบอกกับฉัน
“ถ้าหากมีอะไรเกิดขึ้น” .. แม้ในตอนนี้ ฉันก็ยังได้ยินคำนั้นอยู่

You told me “If the sun comes up and I’m not home, be strong
If I’m not beside you, do your best to carry on
Tell the kids about me when they’re old enough to understand
Tell them that their daddy was a good man”

เธอบอกว่า “ถ้าหากตะวันขึ้นแล้ว และ ฉันยังไม่ถึงบ้าน .. จงเข้มแข็งไว้
ถ้าหากฉันไม่ได้อยู่เคียงข้างเธอแล้ว .. จงพยายามให้ดีที่สุดเพื่ออยู่ต่อไป
เล่าเรื่องของฉัน ให้ลูกๆ ฟัง เมื่อพวกเขาโตพอที่จะเข้าใจ
บอกลูกๆ ว่า พ่อของพวกเขา เป็น คนดี”

 

ในส่วนแรกของเพลง บอกถึงจุดเริ่มต้นของความรักระหว่างคนสองคน
แต่ดูเหมือนอะไรๆ จะเิกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว (Love was so crazy. We had a baby.) จนคู่รักนี้ ไม่ทันได้ตั้งตัว
ในท่อนคอรัสนั้น เป็นคำสั่งเสีย ที่ฝ่ายสามีบอกกับภรรยาไว้ว่า หากวันใด ที่ไม่ได้กลับมาเจอกัน ก็จงเข้มแข็งและสู้ต่อไป
และ ให้บอกลูกๆ ด้วยว่า พ่อนั้นเป็นคนดี
ตรงนี้ ไม่ได้บอกรายละเอียดว่า ทำไมสามีต้องออกจากบ้านไปตอนกลางคืน ทำไมถึงกลัวว่าซักวันนึง จะไม่ได้กลับมา
แต่ประโยคสุดท้าย ที่สั่งเสียไว้ว่า ให้บอกลูกว่า พ่อเป็นคนดี นั้นก็ชวนให้เราคิดอะไรบางอย่างเหมือนกัน

First anniversary
Remember we chose a star
But as I stand under it, I can’t help but wonder
If you see it where you are

ในวันครบรอบปีแรก
(ฉัน) จำได้ว่าเรา (มอง)เลือกดาวดวงนึง
แต่ ในตอนที่ฉันยืนมองมันอยู่ ก็ยังอดสงสัยไม่ได้
ว่าเธอจะเห็นมันหรือไม่ จากที่ที่เธออยู่

For whatever reason
We don’t see the seasons change again
Go there with peace of mind
We’ll meet on the other side
Cause true love don’t end

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด
ที่ทำให้เราไม่ได้เห็นฤดูกาลเปลี่ยนผันร่วมกันอีก
จงไปด้วยใจเป็นสุข
เราจะได้พบกันอีกครั้ง ที่อีกฟากหนึ่ง
เพราะ รักแท้นั้นไม่มีวันสิ้นสุด

Baby, if the sun comes up and you’re not home, I’ll be strong
If you’re not beside me I’ll do my best to carry on
I’ll tell the kids about you when they’re old enough to understand
I’ll tell them that their daddy was a good man

ที่รัก ถ้าหากตะวันขึ้นแล้ว และ เธอยังไม่ถึงบ้าน .. ฉันจะเข้มแข็ง
ถ้าหากเธอไม่ได้อยู่เคียงข้างฉันแล้ว .. ฉันจะพยายามให้ดีที่สุดเพื่ออยู่ต่อไป
ฉันจะเล่าเรื่องของเธอ ให้ลูกๆ ฟัง เมื่อพวกเขาโตพอที่จะเข้าใจ
ฉันจะบอกลูกๆ ว่า พ่อของพวกเขา เป็น คนดี

ในส่วนที่สองนี้ จะเป็นฝ่ายภรรยาที่กล่าวรับคำสั่งเสียบ้าง
เป็นการย้ำ สัญญาตอบไปว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็จะเข้มแข็ง และอยู่สู้ต่อไป
และ ในส่วนที่สาม ส่วนสุดท้ายนี้เองที่เป็น climax

Two eyes looking up at me
Pointing to the picture
Like where is he?

ตาคู่หนึ่ง มองขึ้นมาที่ฉัน
ชี้ไปที่รูปนั้น
เหมือนจะถามว่า “เขา” ไปไหนแล้ว

“Mama are you okay?
And what did the paper say to make you cry that way?”
It said your daddy lived for you and your daddy died for you
And I’ll do the same

“แม่จ๋า แม่เป็นอะไร
แล้วในหนังสือพิมพ์มันว่ายังไง แม่ถึงร้องไห้อย่างนั้น”
มันเขียนว่า พ่อของลูกอยู่เพื่อลูก และ พ่อของลูกตายเพื่อลูก
และ แม่ก็จะทำอย่างนั้นเหมือนกัน

Now baby if the sun comes up and I’m not home, be strong
If I’m not beside you, do your best to carry on
Tell your kids about me when they’re old enough to understand
Tell them that your daddy was a good man, a good man

ลูกเอย ถ้าหากตะวันขึ้นแล้ว และ แม่ยังไม่ถึงบ้าน .. จงเข้มแข็งไว้
ถ้าหากแม่ไม่ได้อยู่เคียงข้างลูกแล้ว .. จงพยายามให้ดีที่สุดเพื่ออยู่ต่อไป
เล่าเรื่องของแม่ ให้ลูกของลูก ฟัง เมื่อพวกเขาโตพอที่จะเข้าใจ
บอกพวกเขาว่า พ่อของลูก เป็น คนดี

ส่วนสุดท้ายนี้ ถึงแม้จะไม่ได้เฉลยอะไรออกมาแบบ “โต้งๆ” .. แต่ก็คลายปมที่ค้างคาใจออกมาได้ค่อนข้างชัดเจน
ในส่วนสุดท้ายนี้ ฝ่ายภรรยา หรือแม่ เป็นผู้ถ่ายทอดคำสั่งเสีย ให้กับลูก
ซึ่งหลังจากที่พ่อตายไปแล้ว แม่ก็ต้องออกไป “ทำหน้าที่” แทนพ่อ

ผมไม่แน่ใจว่าคุณคิดเหมือนกับผมมั้ย
แต่ผมค่อนข้างมั่นใจว่า ด้วยการฟังอย่างตั้งใจ เราจะรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่แฝงไว้ในเพลงนี้ (ซึ่งคุณกับผม อาจจะรู้สึกต่างกันก็เป็นได้)
โดยส่วนตัวแล้ว ผมชอบเพลงลักษณะนี้นะ … เหมือนจะบอกอะไรกับเรา แ่ต่ก็ไม่ได้บอกออกมาตรงๆ ทำให้เราต้องคิดตาม
สำหรับในเพลงนี้แล้ว วิธีการนี้ ถือว่าใช้ได้ผลมาก .. เพราะสิ่งที่แฝงไว้นี้ หากบอกเล่ากันออกมาตรงๆ ก็คงจะไม่สละสลวยได้อย่างนี้แน่นอน

จุดหนึ่งที่น่าสนใจของเพลงนี้คือ การเล่นคำในท่อนคอรัส ซึ่งสามารถเปลี่ยนตัวผู้พูด และผู้ฟังได้ (จากสามีพูดกับภรรยา เป็นภรรยาพูดกับสามี และเป็น แม่พูดกับลูก)
และยังทำได้กลมกลืนไปกับเนื้อเรื่องอีกด้วย

เพลงนี้ แต่งโดย India.Arie, Shannon Sanders, Andrew Ramsey, และ Will Baker
อยู่ในอัลบั้มชื่อ Voyage to India ซึ่งเป็นอัลบั้มที่สองของ India.Arie
เพลงนี้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Grammy เมื่อปี 2003 ในสาขา Best R&B Song (รางวัลนี้ ให้กับผู้แ่ต่งเพลง ไม่ใช่ตัวศิลปิน) แต่ก็ไม่ได้รับรางวัลนี้

ถ้าอยากจะฟังเพลงนี้ ผมคิดว่า ขอเข้าไปที่สถานีิวิทยุที่เ่ปิดเพลงสากล น่าจะมีแ่ผ่น เพราะ ผมก็เคยได้ยินสถานีทั่วไปเล่นเพลงจากอัลบั้มนี้เหมือนกัน
(ไม่ทราบว่า เคยคุ้นหูกันมั้ย .. เพลง Can I Walk with You น่ะ)

ดนตรีของ India.Arie จัดอยู่ในแนว Neo Soul ซึ่งเป็นการนำดนตรี Soul แบบในยุค 70’s มาปัดฝุ่น ผสมพสานกับดนตรี R&B ร่วมสมัย และสไตล์อื่นๆ เช่น Jazz, Hip Hop หรือในกรณีของ India.Arie คือ Folk
เอกลักษณ์ของดนตรีของ India.Arie คือ ดนตรีของเธอมักจะมีการใช้ Acoustic Guitar อยู่เสมอ ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่พบเห็นบ่อยนัก สำหรับดนตรี Soul ทั่วๆ ไป
(อัลบั้มแรกของ India.Arie ใช้ชื่อว่า Acoustic Soul ซึ่งก็เป็นการเน้นเอกลักษณ์ในข้อนี้)

ผมตั้งใจจะเขียนถึงเพลงนี้นานแล้ว .. แต่ไม่มั่นใจซะที ว่าจะถอดความจากเนื้อเพลงไดุ้ถูกต้อง สมบูรณ์ (จน ณ วันนี้ก็ยังไม่แน่ใจอยู่ดี)
เอาเป็นว่า ถ้าใครเห็นว่าตรงไหนไม่ถูกต้องช่วยชี้ให้ด้วยนะครับ
ขอบคุณครับ

22:24 นาฬิกา
4 มิถุนายน 2550

2 ความเห็น »

  1. //จุดหนึ่งที่น่าสนใจของเพลงนี้คือ การเล่นคำในท่อนคอรัส ซึ่งสามารถเปลี่ยนตัวผู้พูด และผู้ฟังได้ (จากสามีพูดกับภรรยา เป็นภรรยาพูดกับสามี และเป็น แม่พูดกับลูก)

    ลองฟังเพลง ผีสิง ของ ดาจิมชุดสอง ดูสิครับ
    🙂

    ความเห็น โดย D — มิถุนายน 8, 2007 @ 10:47 am

  2. ขอบคุณครับ เดี๋ยวจะลองหาดูครับ
    🙂

    ความเห็น โดย siroz — มิถุนายน 9, 2007 @ 7:26 am


RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

สร้างเว็บไซต์หรือบล็อกฟรีที่ WordPress.com.

%d bloggers like this: