Oz’s Blog

กรกฎาคม 21, 2007

Megadeth – Kick the Chair

Filed under: Songster — siroz @ 6:49 pm

หลังจากผมตั้ง category ขึ้นมาพูดเรื่องเพลง (เนื้อเพลง) โดยเฉพาะ ผมก็ตั้งใจไว้ทันทีว่า ผมต้องเขียนเกี่ยวกับเพลง Megadeth ให้ได้
แต่ว่า ปัญหาหลายอย่างๆ ทำให้ผมไม่ได้เขียนซะที
ตั้งแต่ ไม่รู้ว่าจะเีขียนถึงเพลงไหนก่อนดี (เยอะไปหมด) ไปถึง ปัญหาที่ว่า เพลงบางเพลงนั้น ผมก็ไม่ได้เข้าใจทั้งหมด
วันนี้ ตั้งใจว่า … เอาละวะ ไม่ลองก็ไม่รู้ ยอมเสี่ยงดูซิว่า จะพลาดมั้ย

เพลงที่จะเขียนถึง คือ เพลง คือเพลง Kick the Chair จากอัลบั้มชื่อ The System Has Failed ของ Megadeth ที่ออกมาเมื่อปี 2004


อัลบั้มนี้ ถือได้ว่า เป็น comeback album เพราะก่อนหน้านี้ วงได้ประกาศยุบตัวไป เมื่อปี 2002 เนื่องจาก Dave Mustaine (หัวหน้า่วง, นักร้องนำ, นักแต่งเพลง, มือกีต้าร์) ตรวจพบว่า เป็นโรค radial neuropathy (ซึ่งเป็นโรคเกี่ยวกับระบบประสาทของมือและแขน ทำให้ไม่สามารถขยันมือตามที่ต้องการได้)
ซึ่งตอนนั้น หมอบอกว่า Mustaine คงไม่สามารถเล่นกีต้าร์ได้อีกแล้ว เขาจึงประกาศยุบวง
และถึงแม้เขาจะยังยืนยันว่าจะทำงานทางดนตรีต่อไป หลายๆ คนคงไม่คาดหวัง ว่าจะได้ฟังผลงานของเขาอีก

ถือว่า เหนือความคาดหมายของทุกคน เมื่อ Dave Mustaine ออกมาประกาศตอนต้นปี 2004 ว่าตอนนี้ เ้ขาผ่านขั้นตอนการทำกายภาพบำบัดแล้ว ตอนนี้หายดี และำกำลังทำงานอัลบั้มชุดต่อไป และนั่นคือ ผลงานชุึด The System Has Failed ที่ออกมาในปลายปีนั้น
คำว่า “system” ในที่นี้ หมายถึง ระบบของอเมริกัน (Mustaine ได้้ยกตัวอย่าง ของระบบการศึกษาและระบบยุติธรรม) ซึ่งประโยค The System Has Failed นี้ก็มาจาก เพลง Kick the Chair ที่จะพูดถึง

ก่อนจะพูดถึงเนื้อเพลงของเพลงนี้ ต้องอธิบายก่อนว่า วง Megadeth เป็นวงดนตรีในแนว Thrash Metal (บางทีเรียกว่า Thrash เฉยๆ) ซึ่งเป็นแนวหนึ่งในกลุ่มของ Heavy Metal ซึ่งเน้นที่ความรวดเร็ว และรุนแรง (กระแทกกระทั้น)
วง Megadeth มีเอกลักษณ์ในด้านของเนื้อหาของเพลง ซึ่งเพลงทั้งหมด หลักๆ แล้ว แต่งโดย Mustaine ทั้งหมด
Theme หลักๆ ของเพลง Megadeth จะเกี่ยวกับ สงคราม การเมือง ปัญหาสังคม หรือ แม้แต่ปัญหาส่วนตัว (เช่น การติดยา การฆ่าตัวตาย)
ซึ่งต้องยอมรับว่า หลายๆ เพลง เข้าใจยากมากๆ เพียงแค่ฟังเพียงอย่างเดียว อาจจะไม่สามารถตีความได้
มีหลายๆ เพลง ที่มีเนื้อหาที่น่าสนใจมากๆ .. คงได้พูดถึงในโอกาสหน้า

เพลง Kick the Chair พูดถึงความล้มเหลว ของระบบของอเมริกัน (ในความคิดของ Mustaine) โดยจุดหลัก ที่พูดถึงในเพลงนี้ คือ …
ไปดูเลยดีกว่าครับ
หมายเหตุ: เพลงนี้พูดถึง “ระบบ” ของสหรัฐอเมริกา ดังนั้น คำแปลนี้ก็หมายถึงระบบของสหรัฐอเมริกาเท่านั้น
ไม่ได้หมายถึงหน่วยงาน หรือองค์กรใดๆ ในประเทศไทยหรือประเทศอื่นๆ ทั้งสิ้น

Dawn breaks evenly today
On the truth and the lie
All rise, court’s in session
We’re hanging someone high

ตะวันค่อยๆ ขึ้นอย่างช้าๆ วันนี้
อยู่เหนือ ความจริง และคำหลอกลวง
ทุกคนลุกขึ้นยืน (เคารพศาล) ศาลเริ่มพิจารณาคดี
เราจะจับคนแขวนคอกัน

Justice means nothing today
Now that the courts are for sale
Pick a crime from the menu; pick a sentence and defend you
And pay up the down payment called bail
The system’s for sale

ความยุติธรรม ไม่มีความหมายแล้ว ในวันนี้
ในเมื่อศาล สามารถใช้เงินซื้อได้
เลือกอาชญากรรมจากรายการ เลือกคำพิพากษา แล้วแก้ตัวกันไป
แล้วจ่ายเงินดาวน์ ที่ีีเรียกว่า เงินประกันตัว
“ระบบ” นี้ ซื้อได้ด้วยเงิน

Kick the chair, the rope’s tight
Just like one quick wrench, the tooth is out
Friend or foe, I gotta hang em dead
Or they’ll come back around
Kick it!

ถีบเก้าอี้เลย เชือกแน่นดีแล้ว
เหมือนกับ กระตุกเร็วๆ ทีเดียว ฟันก็หลุดออกมาแล้ว
จะมิตรหรือศัตรู ข้าก็ต้องจับมันแขวนคอให้ตาย
ไม่งั้น มันก็จะกลับมาอีก
ถีบเลย!

The court’s wrong when it keeps track
Of victories and defeats
The press that never rest just waits
For somebody’s soul they can eat

ศา่ลทำผิดแล้ว เมื่อพยายามจะคอยนับจำนวนครั้งแ้พ้-ชนะ
นักข่าว ไม่เคยที่จะยอมหยุด
คอยแต่จ้องจะกัดแทะวิญญาณคนอื่น

Justice means nothing today
Now that the jury’s for sale
Guilty or not, the verdict’s a lie
You’re going to jail
The system has failed

ความยุติธรรม ไม่มีความหมายแล้ว ในวันนี้
ในเมื่อ คณะลูกขุน ก็ซื้อได้ด้วยเงิน
จะผิดหรือไม่ผิด คำตัดสิน (ของคณะลูกขุน) เป็นแค่คำลวง
แกต้องติดคุก
“ระบบ” มันล่มสลายไปแล้ว

Kick the chair, the rope’s tight
Just like one quick wrench, the tooth is out
Friend or foe, ya gotta hang em dead
Or they’ll come back around

ถีบเก้าอี้เลย เชือกแน่นดีแล้ว
เหมือนกับ กระตุกเร็วๆ ทีเดียว ฟันก็หลุดออกมาแล้ว
จะมิตรหรือศัตรู เราก็ต้องจับมันแขวนคอให้ตาย
ไม่งั้น มันก็จะกลับมาอีก

สิ่งที่ผมไม่แน่ใจนัก เกี่ยวกับเพลงนี้ คือ คำว่า the chair ในที่นี้ หมายถึงอะไร
ถ้ามองจากบริบท แล้ว น่าจะหมายถึง เก้าอี้ ที่ใช้ในการประหารขีวิตโดยการแขวนคอ โดยการจับนักโทษยืนอยู่บนเก้าอี้ แล้วเอาบ่วงแขวนคอไว้กับขื่อ แล้วถีบเก้าอี้ออกไป
ซึ่ง ลักษณะการแขวนคอแบบที่ว่า ได้มีอธิบายไว้ด้วย ที่นี่
ประกอบกับบทสัมภาษณ์ของ Mustaine (link) ที่พูดไว้ในลักษณะนี้ ทำให้น่าจะมั่นใจว่า ความหมายนี้ น่าจะถูกต้อง
อีกความหมายที่ผมนึกออกคือ คำว่า the chair อาจใช้เป็นคำเรียกสั้นๆ ของ the electric chair (เก้าอี้ไฟฟ้า) ซึ่งก็เป็นการประหารชีวิตเหมือนกัน แต่ไม่เข้ากับบริบท ที่พูดถึงเชือก (rope) เท่าไหร่

ในเพลงนี้ Mustaine ได้อธิบายถึง ความเชื่อส่วนตัวของเขา เกี่ยวกับความล้มเหลวของระบบยุติธรรมของสหรัฐฯ
ซึ่งคิดแล้วก็น่าแปลกดี ที่เค้าอนุญาตให้วิพากษณ์วิจารณ์กันตรงๆ แบบนี้ได้ (โดยไม่มีหลักฐานสนับสนุนเสียด้วย)

มีคำที่น่าสนใจอยู่สองคำ ในเพลงนี้ คือ คำว่า sentence กับ คำว่า verdict
ขออธิบายจากความรู้อันน้อยนิดของผม ดังนี้ คือ
ในระบบศาลของสหรัฐฯ นั้นใช้ระบบคณะลูกขุน (jury) คือ ในการพิจารณาคดีจะมีการจัดตั้งคณะลูกขุนขึ้นมา โดยการเลือกแบบสุ่ม
คณะลูกขุนมีหน้าที่รับฟังข้อเท็จจริง ที่นำเสนอในศาล จากทั้งฝ่ายโจทก์ และจำเลย และ ยื่นเสนอคำตัดสินของลูกขุน (verdict) ต่อผู้พิพากษา
ซึ่งในกรณีของคดีอาญา คำตัดสินของคณะลูกขุนก็จะเป็น ผิด (guilty) หรือ ไม่ผิด (not guilty)
ที่เรามักจะได้ยินเป็นสำนวนว่า ผิดตามข้อกล่าวหา (guilty as charged)
ในกรณี ที่คดีมีการฟ้องร้องหลายข้อกล่าวหา และถูกดำเนินคดีพร้อมๆ กัน คณะลูกขุนอาจจะตัดสินให้จำเลยผิดในแค่บางข้อกล่าวหาก็ได้
หากคณะลูกขุนยื่นคำตัดสินให้จำเลยมีความผิด ผู้พิพากษามีหน้าที่พิพากษา ว่าจำเลยมีความผิด (conviction) และตัดสินโทษของจำเลย (sentence)

ใจความหลัก ของเพลงนี้ บอกว่า “ระบบ” นั้นพึ่งพิงไม่ได้เสียแล้ว เพราะ ผู้กระทำความผิด สามารถเอาเงินมา “ซื้อ” คำตัดสินได้
ซึ่งความคิดนี้ ถูกตอกย้ำด้วย ปกอัลบั้ม ตามรูปด้านล่าง

The System Has Failed

จากในรูป จะเห็นว่า มนุษย์หัวกระโหลก ซึ่ง แฟนของ Megadeth รู้จักกันดีในนามของ Vic Rattlehead กำลังยืนขายคำตัดสิน (verdict) อยู่
จะเห็นว่าที่มือซ้าย ถือกระดาษที่เขียนว่า VERDICT NOT GUILTY อยู่ และที่มือขวากำเงิน (ซึ่งเป็นแบงค์ $100 มีรูปหน้า Vic Rattlehead แทนที่จะเป็น Benjamin Franklin)
ด้านข้างของ podium ที่ Vic ยืนอยู่ มีอัตราราคาคำตัดสินของแต่ละความผิดอยู่
นอกจากนั้น จะเห็นได้ว่า สถานที ที่เป็น background คือ Supreme Court (ศาลสูงสุด หรือ ศาสฎีกา) ของสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ที่ Washington DC โดนเถาวัลย์เลื้อย และทรุดโทรม
ที่ป้ายด้านหน้า แทนที่จะเขียนว่า Equal Justice Under Law กลับเขียนเป็น Unequal Injustice Under Law

ที่น่าสนใจที่สุด เห็นจะเป็น ผู้คนที่พากันมาต่อแถวรอซื้อคำตัดสินนั้น มีหน้าตาที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี
หัวแถวสุด คือ George W. Bush (บุชผู้พ่อ ก็เคยถูกวาดคู่กับกอร์บาชอฟ ขึ้นปกอัลบั้ม Rust in Peace ของ Megadeth มาแล้ว)
ตามมาด้วย Bill และ Hilary Clinton
คนอื่นๆ ผมไม่รู้จักหน้า ครับ … จะรู้จักอีกคน ก็คือผู้หญิงที่อยู่ซ้ายสุดของรูป คือ Condoleezza Rice
ในปกด้านใน และปกหลังของอัลบั้ม จะมีรูปมากกว่านี้ .. ซึ่งมาจากรูปเต็มๆ ที่วาดโดย นักวาด air brush ชื่อ Mike Learn (สามารถดูรูปเต็มๆ ได้ที่เวปไซต์ของเขา)
จะเห็นว่าในรูปข้างบนมีคนถือกระเป๋าเขียนว่า PLAN B อยู่ .. ในภาพเต็ม จะมีคนถือกระเป๋าเีขียนว่า PLAN C และมีป้ายโฆษณาว่า “Coming Soon PLAN D”
ดูแล้วก็น่าแปลกใจว่า วาดหน้าคนเหมือนตัวจริงขนาดนี้ ไม่โดนฟ้องร้องหรือไงนะ (รูปทั้งหมดนี้ เป็นไอเดียของ Dave Mustaine)

นอกจาก เนื้อหาของเพลงที่เข้มข้นแล้ว ดนตรีของเพลงนี้ก็หนักหน่วงไม่แพ้กัน
อัลบั้มนี้ ถือเป็นการหวนกลับมาเล่นเพลงหนักๆ แบบไม่เอาใจตลาดกลุ่มหลัก (mainstream)
ซึ่งน่าจะถูกใจแฟนเพลงยุคแรกๆ ช่วงก่อนที่ี่ Megadeth จะประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์อย่างสูง ในช่วง 90’s

ใครที่เบื่อเพลงรักๆ ใคร่ๆ เปลี่ยนอารมณ์มาฟังเพลง “เื่พื่อชีวิตและสังคม” แบบนี้บ้าง ก็เปลี่ยนบรรยากาศได้ดีเหมือนกันนะครับ
ส่วนผม ถ้าเบื่อๆ เมื่อไหร่ … อาจจะเปลี่ยนไปฟังเพลงรักหวานจ๋อยบ้าง

18:25 นาฬิกา
21 กรกฎาคม 2550

5 ความเห็น »

  1. เพิ่งเข้า Blog ของคุณ Oz ครั้งแรก คือนั่งว่างๆ หาบทความอ่านไปเรื่อย ประดับความรู้ แต่ดันมาเจอแปลเพลงของ Megadeth ปรกติ ผมค่อนข้างเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ Megadeth อยู่แล้ว แต่ไม่คิดว่าคนทำงานสายนี้ จะมีคนชอบ Megadeth เหมือนที่ผมชอบ ดีใจมากๆครับ
    เห็นว่า เดือนตุลา Megadeth จะมาไทย ถ้ามาจริงอย่าพลาดนะครับ (วันนั้น ต่อให้ AppServer down , Database ร่วง ผมก็โดดงาน ต้องไม่พลาดดด ^_^)
    ส่วนเพลงที่น่าแปล ผมว่าของ Megadeth มีเพลงเนื้อหาดีๆ เกี่ยวกะสังคม สิ่งแวดล้อม เยอะนะครับ อย่าง Countdown to Extinction , Rust in peace ,Peace sell …. , ชุดใหม่ (United Abominations) ผมว่าเนื้อหาก็แรงนะ เล่นกันตรงๆ ไม่อ้อมค้อม
    ดีใจครับ ที่มีคนชอบ Megadeth ขนาด เอาเพลงมานั่งแปล ^_^ ชอบมากๆเลยครับ

    ความเห็น โดย Anavil — สิงหาคม 29, 2007 @ 8:24 am

  2. สวัสดีครับ .. ดีใจที่เจอแฟน Megadeth เหมือนกัน
    ชุดใหม่ผมซื้อมาฟังแล้ว แต่ยังไม่ค่อยซึมครับ คงต้องฟังให้มากกว่านี้อีกหน่อย
    ผมรู้จัก Megadeth จากเทปที่ยืมจากเพื่อนสมัย ม.ต้น (ถ้าจำไม่ผิด ตอนนั้นฟังชุด Rust in Peace .. ชอบมากๆ)
    ทุกวันนี้ ผมก็ยังฟังเพลงชุดเก่าๆ อย่าง Rust in Peace หรือ Countdown to Extinction อยู่ครับ

    ขอบคุณสำหรับข่าวเรื่องคอนเสิร์ตนะครับ😀

    ความเห็น โดย siroz — สิงหาคม 30, 2007 @ 1:01 pm

  3. ผมเป็นแฟนของเมก้าเดทมานานมากแล้ว และได้ไปดูคนเสิร์ตที่มาเมืองไทยเป็นคอนเสิร์ตที่ดีมากๆ ขนาดคนน้อยแต่พี่เดฟแกก็ยังเต็มที่สุดยอดจริงๆครับ

    ความเห็น โดย sideroads — ตุลาคม 27, 2007 @ 5:49 pm

  4. ผมไม่สบาย เลยอดไปดูง่ะครับ
    เสียดายมากๆ

    ความเห็น โดย siroz — ตุลาคม 30, 2007 @ 7:38 pm

  5. อยากให้มาไทยอีกรอบอ่ะครับ

    ความเห็น โดย Gclub — สิงหาคม 4, 2010 @ 1:17 pm


RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

%d bloggers like this: