Oz’s Blog

สิงหาคม 12, 2007

Translation 101

Filed under: Translation — siroz @ 5:30 pm

เมื่อวันก่อน ผมไปรับ transcript ของปริญญาโท ที่เพิ่งเรียนจบมา
เอามานั่งดูแล้วก็คิดขึ้นมาได้ว่า เออ .. มันช่างโล่งโ้จ้งน่าเกลียดดีแท้
(ผมเรียนหลักสูตรที่ไม่มี coursework มีแต่ thesis … มันเลยไม่ค่อยมีวิชาเรียนลงใน transcript)
แต่ก็ไม่ใช่ว่าผมไม่ได้ลงวิชาเรียนอะไรเลย เพราะเค้าให้ลงเรียนแบบไม่นับหน่วยได้ เสียค่าเทอมเท่าเดิม เพราะเป็นแบบเหมาจ่าย (ลง 0 หน่วยกิต หรือ 15 หน่วยกิต ก็จ่ายเท่ากัน)
ก็เลยลงเรียนซะหน่อย กลัวเดี๋ยวไม่คุ้ม

กวาดตาดูใน transcript ก็เจอว่า ผมเคยลงวิชา Translation for Graduate Study (ชื่อภาษาไทยน่าจะเป็น การแปลเพื่อการเรียนรู้ระดับบัณฑิตศึกษา)
ทำให้นึกย้อนไปถึงตอนนั้น (ไม่กี่ปีเอง อย่าเว่อร์) .. เป็นครั้งแรกที่ผมได้เรียนวิชาการแปลภาษา (ภาษาคนนะครับ ไม่ใช่ภาษาคอมพิวเตอร์)
จริงๆ แล้ว ผมไปเรียนก็ด้วยความที่ว่า มีเพื่อนที่เคยเรียนกับอาจารย์ท่านนี้แล้วมาเล่าให้ฟัง ว่าอาจารย์สอนดียังงั้นยังงี้ .. ก็เลยต้องไปลองเรียนดูเสียหน่อย เผื่อว่าจะได้ความรู้ดีๆ เพิ่มเติมมาติดตัวมากขึ้น

และก็เป็นไปดังคาด .. อาจารย์ท่านสอนดีจริงๆ ซะด้วย (บางวิชา คนมาเรียนเยอะจนต้องจับฉลากคัดออกเลย)
ในช่วงเวลาหนึ่งเทอมนั้น ที่เรียนและฝึกการแปลจากภาษาอังกฤษมาเป็นภาษาไทย (และอีกเทอมต่อมา ซึ่งผมก็ลงเรียนภาษาอังกฤษกับอาจารย์ท่านนี้อีกหนึ่งวิชา) .. ผมคิดว่าผมได้รู้อะไรหลายๆ อย่างที่ไ้ม่เคยรู้
และที่สำคัญ ตอนที่้เรียนวิชานี้ .. ก็จะมีการบ้านให้แปลบทความสั้นๆ ขนาด 3-4 ย่อหน้า (ประมาณครึ่งหน้ากระดาษ A4) ในทุกๆ สัปดาห์
ซึ่งก็ถือเป็นการฝึกฝนที่ดี ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เข้มข้นเหมือนคนที่เค้าจะฝึกแปลกันเป็นอาชีพ .. แต่ก็ทำให้ได้อะไรเยอะเหมือนกัน (สำหรับคนที่ไม่เคยฝึกเลย อย่างผม)

ตอนนี้มานั่งนึกๆ ว่า ตอนนั้น อาจารย์ท่านสอนอะไรมาบ้าง
ที่จำไ้ด้แม่นยำคือ อาจารย์ท่านสอนไว้ว่า การแปลที่ดี จะต้องมีคุณสมบัติ 3 ข้อ (เป็นอย่างน้อย??) คือ

  • ถูกต้อง
  • ครบถ้วน
  • สละสลวย

(น่าละอายใจเหมือนกัน เรียนมาทั้งเทอม จำได้จริงๆ มีแค่นี้เอง)
ถูกต้ิอง คือ ความหมายที่ถ่ายทอดออกมาจะต้องตรงตามต้นฉบับ ไม่มีบิดเบือน หรือผิดเพี้ยน
ครบถ้วน คือ ถ่ายทอดความหมายจากต้นทางมาได้ครบถ้วน สมบูรณ์ ไม่มีตกหล่น หรือขาดหาย
ถึงตรงนี้ ฟังดูเหมือนกับว่า จะให้แปลถอดความหมายมาแบบคำต่อคำ (แบบที่คนแปลหนังสือบางคนทำ .. แล้วคนอ่านก็อ่านไม่รู้เรื่อง ต้องแปลกลับไปเป็นภาษาอังกฤษก่อนถึงจะเข้าใจ)
แต่จริงๆ แล้ว คือการอ่านทำความเข้าใจเนื้อหาทั้งหมด แล้วถ่ายทอดออกมาให้ครบถ้วน โดยไม่ข้ามคำหรือรายละเอียดที่มีความหมายไป
กรณีที่อาจารย์พูดถึง คือ การอ่านแล้วเจอคำศัพท์ที่ไม่เข้าใจความหมาย แล้วก็ใช้วิธีไม่แปลมันซะเลย ข้ามมันไป โดยหวังว่า ความหมายโดยรวมมันคงจะออกมาถูกต้อง
ในบางกรณีอาจจะเป็นอย่างนั้น คือ ความหมายโดยรวมไม่ผิด (แต่ก็ยังไม่ครบถ้วน เหมือนกับที่คนเขียนต้นฉบับต้องการจะสื่อสารจริงๆ) แต่ในบางกรณี ความหมายโดยรวมก็อาจจะผิดเพี้ยนไปได้ ถ้าเราข้ามคำที่มีความสำคัญต่อเนื้อหาไป

ส่วน สละสลวย คือ การถ่ายทอดความหมายจากเนื้อหาออกมาเป็นภาษาปลายทางให้เหมาะสม เช่น ถ้าแปลมาเป็นภาษาไทย ก็ต้องเขียนให้เหมือนกับว่าเนื้อหานี้ เขียนขึ้นมาเป็นภาษาไทยตั้งแต่ต้น
หรือ อย่างที่เคยมีคนเคยพูดว่า แปลจากภาษาอังกฤษ มาเป็นไทยแล้ว อย่าให้มีกลิ่นนมเนยติดอยู่ ไม่ว่าจะในแกรมม่าร์ การใช้คำ หรือแม้แต่เรื่องวัฒนธรรม
ตัวอย่างง่ายๆ ที่ผมนึกออก (และอยู่ในบทแปลข้างล่างนี้ด้วย) คือ $24 billion .. ซึ่ง billion แปลว่า พันล้าน
ผมเห็นหนังสือพิมพ์สมัยนี้ (โดยเฉพาะที่อ่านจากบนอินเตอร์เน็ท) ชอบแปลในลักษณะ “ยี่สิบสี่พันล้านเหรียญ”
อ่านแล้ว งง เป็นอย่างยิ่ง .. เกิดมาไม่เคยได้เห็น (แต่หลังๆ อาจจะเห็นจนชินไปแล้ว) … เคยเห็นแต่ “สองหมื่นสี่พันล้านเหรียญ”
หรือ “8 นักการเมือง” (ซึ่งอาจจะแปลมาจาก “8 politicians”)
ถ้าเป็นสมัยเด็กๆ ครูจะสอนให้เราใช้ลักษณนาม .. ก็จะต้องเขียนเป็น “นักการเมือง 8 คน” (เอ๊ะ หรือใช้ลักษณนามเป็น “ตัว” .. ชักจำไม่ได้แล้วแฮะ)
นี่เป็นตัวอย่างง่ายๆ นะครับ … (ตัวอย่างยากๆ นึกไม่ออก ยังคิดไม่ได้ขนาดนั้น)

ซึ่งตอนที่ผมเีรียนเนี่ย อาจารย์ท่านก็บอกไว้ตั้งแต่แรกเลยว่า สละสลวยเนี่ย มันยาก ต้องอาศัยความรู้ ความชำนาญ และประสบการณ์ทางภาษาอย่างมาก
ตอนนี้ เน้นแค่ ถูกต้อง และ ครบถ้วนก่อนก็พอ .. ทำได้แค่นี้ ก็บุญโขแล้ว (และก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ฝึกอยู่ทั้งเทอม ที่เรียนกัน 30-40 คน ก็ยังไม่มีใครทำได้ถูกต้อง ครบถ้วน เป๊ะๆ 100% จริงๆ ซักคน)

คิดๆ แล้วก็รู้สึกว่า ทักษะที่ไม่ได้หมั่นฝึกฝนเนี่ย มันมีแ่้ต่จะถดถอย เสื่อมลงทุกวัน ทุกวัน
เลยมาลองทำดูซักหน่อยดีกว่า ว่ายังพอทำได้มั้ย
ก็เลือกข่าวจาก Wikinews.org มาลองแปลดูครับ … ปรากฏว่า โอ้โห ไม่ได้ทำมานาน ทำไมมันยากลำบากขนาดนี้
ตัวข่าวก็มีศัพท์เฉพาะทางเยอะแยะไปหมด (เรื่องการเงิน ตลาดทุน .. ผมไม่รู้เรื่องเลย)
ที่สำคัญ ผมแปลไปจนเสร็จแ้ล้ว ย้อนกลับไปดูในเวปของเค้า .. อ้าว แค่ไม่กี่ชั่วโมง เนื้อหาโดนแก้ซะแล้ว (ตอนทำ ลืมไปว่ามันเ้ป็น wiki … แก้ไขได้)
ก็ต้องมาตรวจว่าตรงไหนแก้ไปบ้าง แล้วก็แก้ไขตาม (ไม่แก้ไม่ได้ เพราะอันเก่า มันอาจจะมีข้อมูลที่ผิดอยู่)

ใครว่างๆ ก็อ่านดูเล่นๆ ได้นะครับ .. เนื้อข่าวว่าด้วยเรื่องวิกฤตซับไพร์ม (สินเชื่อสำหรับลูกค้าที่มีคุณสมบัิติต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ หรือมีประวัิติชำระหนี้ไม่ดี) ในสหรัฐฯ (ซึ่งมันก็ลามมาถึงตลาดทุนในยุโรป และเอเชียแล้ว)
ถ้ามีเวลา จะอ่านแล้วช่วยผมตรวจก็ได้นะครับ ว่ามีตรงไหนผิดพลาด ตกหล่นไปบ้าง (ยินดีรับคำชี้แนะ และขอขอบคุณล่วงหน้าครับ).. ต้นฉบับจะอยู่ด้านล่างของบทแปลครับ
หรือตามไปอ่านต้นฉบับ ณ ปัจจุบัน (ซึ่งอาจจะถูกแก้ไขไปอีก) ได้ ที่นี่ ครับ

บทแปล

วิกฤตสินเชื่อฉุดดัชนีตลาดหุ้นตก
จาก Wikinews.org วันที่ 10 สิงหาคม ค.ศ. 2007

วันนี้ ดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลกตกลงจากการเทขายทิ้งอย่างมหาศาล ที่มีต้นเหตุมาจากวิกฤตสินเชื่อที่อยู่อาศัยซับไพร์มในสหรัฐฯ ดัชนีดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average) ดีดตัวกลับขึ้นมาช่วงใกล้ปิดตลาด หลังจากที่ตกลงไปมากกว่า 250 จุด โดยปิดตลาดที่ประมาณลบ 31 จุด ดัชนีเอฟทีเอสอี 100 (FTSE-100 index) ของอังกฤษตก 232.90 จุด มาอยู่ที่ 6038.30 จุด และดัชนีนิคเคอิ 225 (Nikkei 225) ของญี่ปุ่นดิ่งร่วงลงมา 406.51 จุด มาเหลือที่ 16764.09 จุด

ธนาคารกลางทั่วโลกกำลังอัดฉีดเงินทุนเข้าไปในระบบธนาคาร เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง เนื่องจากเกรงว่าสถาบันการเงินหลายๆ แห่งที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อซับไพร์มจะล้มละลาย เมื่อวานนี้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (U.S. Federal Reserve) ได้โอนเงินจำนวน 24,000ล้านเหรียญไปเพิ่มให้กองทุนสำรองชั่วคราว ตามธนาคารกลางยุโรป (European Central Bank)ที่ได้อนุญาตให้เพิ่มเงินทุนจำนวน 83,600ล้านปอนด์ให้กับธนาคารในกลุ่มไปก่อนหน้า ซึ่งเป็นการอัดฉีดเงินทุนครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ในวันศุกร์ธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้เริ่มทำสัญญาซื้อขายคืน (repurchase agreement) ตราสารหนี้หนุนโดยเงินกู้ที่อยู่อาศัย (mortgage-backed securities) มูลค่า 38,000 ล้านเหรียญ เพื่อช่วยบรรเทาความกังวลของผู้ถือหุ้น และในวันศุกรนี้์เช่นกัน ธนาคารกลางญี่ปุ่นได้อัดฉีดเงินจำนวนหนึ่งล้านล้านเยน ลงสู่ระบบการเงินของญี่ปุ่น

ธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้ประชุมกันในสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ แต่ตัดสินใจคงเป้าหมายของอัตราดอกเบี้ย Federal Funds rateไว้ที่ 5.25% แม้ว่าวันนี้ อัตราดังกล่าวจะแกว่งตัวอยู่ที่ประมาณ 6% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงสภาพคล่องที่ลดลง

สัปดาห์แห่งความผันผวนเริ่มต้นเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ด้วยการดิ่งลงอย่างรวดเร็วของหุ้นแบร์สเติร์น ซึ่งเป็นผลมาจากการขาดทุนอย่างมหาศาลในกองทุนเฮดจ์ฟันด์ (hedge fund) หลัก 2กองทุน คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 1,500ล้านเหรียญ กองทุนเฮดจ์ฟันด์ทั้งสองนั้นได้รับผลร้าย จากความล้มเหลวอย่างมหาศาลในสินเชื่อที่อยู่อาศัยซับไพร์ม และทางบริษัทได้ประกาศว่าไม่สามารถคืนเงินให้กับผู้ลงทุนได้

วอชิงตันมิวชวล และคันทรีไวด์ไฟแนนเชียล ซึ่งทั้งคู่เป็นผู้ให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ ต่างก็ประสบกับภาวะหุ้นตก คันทรีไวด์ไฟแนนเชียลได้แถลงในสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ว่า บริษัทจะถูกบีบให้ต้องถือครองสินเชื่อที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่ อเมริกัน โฮมมอรท์เกจ อินเวสเมนท์ คอร์ป ผู้ให้สินเชื่อรายใหญ่อีกรายหนึ่ง ก็ได้ยื่นขอล้มละลายเมื่อไม่นานนี้ ตลาดที่อยู่อาศัยในสหรัฐฯ ได้ตกต่ำลงอย่างต่อเนื่องจนทุกวันนี้มาเป็นเวลานานกว่า 2 ปีแล้ว หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ เพิ่มอัตราดอกเบี้ยถึง 17 ครั้ง ณ วันนี้ผู้ให้สินเชื่อต่างตกที่นั่งลำบาก ซึ่งเกิดจากลูกหนี้จำนวนเป็นล้านๆ ที่ไม่สามารถจ่ายหนี้คืนได้ หลังจากได้สินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ไม่กำหนดดอกเบี้ยตายตัว (adjustable rate mortgage) สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษชั่วคราว (teaser rate) สินเชื่อที่อยู่อาศัยที่จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย (interest-only mortgages) หรือ สินเชื่ออัตราพิกกีแบค (piggyback rate)

จิม เครเมอร์ จากรายการแมดมันนีซึ่งออกอากาศทางช่องซีเอ็นบีซี กล่าวว่าจะมีคนมากถึง 7 ล้านคนที่จะโดนยึดที่อยู่อาศัยจากพิษของหนี้สินเชื่อที่อยู่อาศัย เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว เครเมอร์ได้วิพากษ์วิจารณ์ประเด็นนี้อย่างเผ็ดร้อน ในรายการสตรีทไซนส์ของช่องซีเอ็นบีซี โดยได้กล่าวว่า “ธนาคารกลาง(สหรัฐฯ)มัวแต่หลับอยู่” และเรียกร้องให้ธนาคารกลางลดอัตราดอกเบี้ยลงทันที

ตลาดเอเชียและยุโรป ได้เข้ามาพัวพันกับปัญหาวิกฤตสินเชื่อที่อยู่อาศัยซับไพร์มในสหรัฐฯ มากขึ้นเรื่อยๆ ธนาคารดอยช์แบงค์ (Deutsche Bank) ของเยอรมันนีสูญเสียมูลค่าหุ้นไปเกือบ 3,500 ล้านเหรียญ จนรัฐบาลถูกบีบให้ต้องเข้ามาจัดการให้ความช่วยเหลือ ธนาคารบีเอ็นพี พาริบาส์ (BNP Paribas) ซึ่งเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในฝรั่งเศษ ได้ระงับการการให้ถอนเงินลงทุนออกจากกองทุนขนาดใหญ่สามกองทุน ซึ่งได้รับความเสียหายจากพิษของวิกฤตสินเชื่อซับไพร์ม

ต้นฉบับ

Markets dragged down by credit crisis
From Wikinews, August 10, 2007

Global stock markets fell today, in a mass sell-off stemming from the sub-prime mortgage crisis in the United States. The Dow Jones Industrial Average rebounded late in the day after falling more than 250 points, ending the day down about 31 points.
The UK’s FTSE-100 index fell 232.90 points to 6038.30, and Japan’s Nikkei 225 fell 406.51 points to 16764.09.

Central banks across the world are injecting funds into their banking systems to add liquidity, fearing that many financial firms with subprime ties will be insolvent. Yesterday, the U.S. Federal Reserve tranferred $24 billion to temporary reserves, following the European Central Bank, which authorized a record €83.6 billion addition to its banks, its biggest cash infusion ever. On Friday, the Fed entered into a $38 billion repurchase agreement of mortgage-backed securities, easing stockholder worries. Also on Friday, the Bank of Japan injected ¥1 trillion into Japan’s financial system.

The Federal Reserve met this week, but decided to maintain its target rate of 5.25%, although today the federal funds rate was hovering around 6%, indicating a drop in liquidity.

The volatile week began last Friday with Bear Stearns tumbling as a result from its complete loss of two major hedge funds worth more than $1.5 billion. The hedge funds had been dangerously exposed to the massive sub-prime mortgage failure, and the company announced it was unable to return any money to investors.

Washington Mutual, and Countrywide Financial, both very large U.S. home loan lenders, saw shares fall. Countrywide Financial made a statement this week, saying they will be forced to retain a greater proportion of mortgage. American Home Mortgage Investment Corp, another large lender, recently filed for bankruptcy. The U.S. housing market has been declining for more than 2 years after the Federal Reserve raised interest rates 17 times. Now, lenders are in a quagmire from millions of people who are unable to repay loans after taking adjustable rate mortgages, teaser rates, interest-only mortgages, or piggyback rates.

Jim Cramer, of CNBC’s Mad Money, remarked that as many as 7 million people will lose their homes from bad mortgages. Last Friday, Cramer went on a tirade on CNBC’s Street Signs, saying that the “Fed was asleep” and called for them to lower rates immediately.

Asian and European markets have become increasingly entangled in the subprime mortgage crisis in the U.S. Deutsche Bank of Germany lost almost $3.5 billion in share value, forcing the government to organize a bail-out. France’s largest bank, BNP Paribas SA, halted withdrawls from three large investment funds which were crippled by sub-prime exposure.

17:15 นาฬิกา
12 สิงหาคม 2550

11 ความเห็น »

  1. ญี่ปุ่นดิ่งลงมา จาก Nikkei 225 fell

    ความหมายให้ความรู้สึกไม่เหมือนกัน คนไทยใส่อารมณ์ในข่าวมากกว่าฝรั่งหรือเปล่า ? หรือว่าเราถูกสอนว่าไม่ควรใช้คำซ้ำๆบ่อยๆ เราเลยพยายามหาคำเพิ่มหรือเปลี่ยนคำ

    แต่ดีกว่าภาษาเขียนของผมอยู่ดี แปลอย่างนี้อยู่ระดับเดียวกันกับที่นักแปลมืออาชีพทำกัน🙂

    ความเห็น โดย Khun T — สิงหาคม 12, 2007 @ 10:32 pm

  2. ความงามในภาษา ไม่มีถูกผิด แค่ให้ความรู้สึกได้ต่างกันออกไป
    ไม่ว่าในภาษาพูด หรือภาษาเขียน และภาษาไทยนับเป็นหนึ่งในภาษา
    ที่ยากที่สุดในการเรียน🙂 รู้อย่างนี้แล้ว ภูมิใจกับภาษาไทยค่ะ

    เชอรี่

    ความเห็น โดย cher3155 — สิงหาคม 13, 2007 @ 5:27 am

  3. ขอบคุณมากครับ
    จริงๆ แล้ว มานั่งเขียนยังงี้ ทำให้ตัวผมเองได้เห็นเหมือนกันครับ ว่านอกจากภาษาอังกฤษจะยังไม่เข้าขั้นแล้ว .. ภาษาไทยผมก็ยังไม่เข้าขั้นเหมือนกัน
    ยังต้องฝึกฝนกันต่อไป🙂

    ตรงคำว่า “ดิ่ง” นี่ .. ผมเห็นด้วยกับคุณ Khun T ครับ ตรงนั้นไม่เหมาะเท่าไหร่ .. ถ้าจะเล่นคำ เห็นทีต้องใช้คำว่า “ร่วง” แทนน่าจะดีกว่า(หรือเปล่า?)
    ไปนั่งลองไล่ๆ ดูแล้ว ปรากฏว่า เป็นความผิดพลาดของผมเอง ตอน copy ต้นฉบับที่แก้ไขใหม่มาลง แล้วไม่ได้ตรวจทานให้ดี
    เนื้อหา้เก่า (http://en.wikinews.org/w/index.php?title=Markets_dragged_down_by_credit_crisis&oldid=469936) เค้าเขียนไว้ว่า
    Japan’s Nikkei Average dived 406.51 points to 16764.09 points.

    เห็นคำว่า dive ผมเลยใช้ตาม สำนวนข่าวไทย ที่ใช้คำว่า “ดิ่ง” กัน .. ซึ่งตอนนั้นเข้าใจว่าน่าจะเข้ากับเนื้อหาพอดี ที่ดัชนีมันตกลงไปเยอะมาก

    จริงๆ มีที่ต่างอีกครับ ระหว่างต้นฉบับเก่ากับใหม่ (มีหลาย version มาก) .. ตัวอย่างเช่น version ที่ผมแปลตอนแรก มีประโยคนึงเขียนว่า
    The Dow Jones Industrial Average recoiled late in the day …
    แล้วทีหลังแก้เป็น
    The Dow Jones Industrial Average rebounded late in the day …

    recoil แปลว่า ถอยผงะ (เช่น ไปเจอกลิ่นเหม็นแล้วถอยผงะ) หรือ อีกความหมายนึงคือ อาการถีบตัวกลับหลังของปืนตอนที่ยิง (คนที่เคยเรียน รด. น่าจะนึกออก)
    แต่ความหมายหลังนี้เป็น noun ในขณะที่ในประโยค คำว่า recoil ทำหน้าที่เป็น verb ดังนั้นจะใช้ความหมายนี้ในประโยคนี้ไม่ได้ (เรื่องนี้เป็นอีกเรื่อง ที่อาจารย์ที่สอนท่านย้ำนักย้ำหนา)
    เลยไม่แน่ใจว่า ความหมายแรก เค้าใช้กับตัวเลขอย่างดัชนีหุ้นได้หรือเปล่า
    แต่พอเปลี่ยนเป็น rebound ซึ่งแปลว่า เด้ง ซึ่งผมก็ใช้คำตาม สำนวนข่าวไทย คือ “ดีดตัว” (กลับขึ้นมาจาตามตัวจะไม่ตรง แต่เนื้อความน่าจะตรง และเข้าใจง่ายกว่า (หรือเปล่า? เห็นข่าวเค้าใช้คำนี้กัน)

    ยอบรับว่าไม่เคยอ่านข่าวทำนองนี้เป็นภาษาอังกฤษ เลยไม่แน่ใจหลายๆ เรื่องครับ (คงมีเข้าใจผิดไปบ้างเหมือนกัน)
    ขอบคุณมากๆ อีกครั้ง สำหรับ comment ครับ .. จะนำไปปรับปรุงครับ😛

    ความเห็น โดย siroz — สิงหาคม 13, 2007 @ 9:12 am

  4. จริงอย่างว่าครับ … คนแปลดีๆ นี่ น่าจะมี ความรู้รอบ ด้วยนะคับ

    ผมอ่าน subtitle ในโรงหนัง … บางที เหมือนแปลตาม Feel เลย
    เพราะถ้าเป็น Go ก็โอเค แต่ปากบอก move yo’ ass … แต่ sub’ เขียนว่า ไสหัวไปไกลๆ

    แบบนี้ ผมว่า (มั่ว)ฟัง soundtrack จะเห็นภาพลอยมาใกล้ กลายเป็นหนัง 3D ไป ซะงั้น

    : )

    ความเห็น โดย khun_aut — สิงหาคม 13, 2007 @ 9:46 am

  5. ส่วนใหญ่ subtitle ในโรงหนัง ผมพอจะรับได้นะครับ .. ถึงมีผิดเพี้ยนบ้าง ก็ยังนิดหน่อย ไม่มากนัก

    แต่เคเิบิลทีวีเนี่ย .. บางที รับไม่ได้จริงๆ ครับ

    เคยดู TTV เป็นหนังที่พากย์แล้ว .. พากย์ว่า “สถานีแก๊ส” .. ก็งงว่าอะไรของมัน
    จนมาึนึกได้ว่า อ๋อ มันคือ “gas station” .. คนอเมริกันเรียก น้ำมันเชื้อเพลิง ว่า gas (คนอังกฤษเรียก petrol) .. gas station คือ “ปั๊มน้ำมัน”
    นี่็เล่นแปลมาตามตัวเลย .. ไม่ได้เฉลียวใจเลยว่า สถานีแก๊ส มันหน้าตาเป็นยังไง

    อีกครั้งนึงเป็น HBO .. นางเอกพูดกับพระเอกว่า “your little brother” … subtitle เขียนว่า “น้องชายตัวเล็กของเธอ”
    โอ้โห เห็นแล้วสะดุ้งโหยงเลย (อ่านแล้วดูสัปดนจริงๆ)

    แบบนี้ผิดพลาดเกินไป รับไม่ไหวจริงๆ ครับ (นอกจากรู้ผิดๆ แล้ว ยังไร้ sense โดยสิ้นเชิง .. น้องชายตัวเล็ก คิดมาได้ เวรกรรม)

    ความเห็น โดย siroz — สิงหาคม 13, 2007 @ 8:56 pm

  6. your little brother นี่บางครั้งก็ใช้ในความหมายนั้นจริงๆนะ😉

    ความเห็น โดย Khun T — สิงหาคม 13, 2007 @ 9:57 pm

  7. ถ้าในหนังมันหมายถึงอย่างนั้นจริงๆ .. คงมันส์พิลึกครับ😛

    ความเห็น โดย siroz — สิงหาคม 14, 2007 @ 1:05 am

  8. ของคณะอะไรพี่ เดี๋ยวจะลองลงเรียนบ้าง

    ความเห็น โดย deans4j — สิงหาคม 19, 2007 @ 1:03 am

  9. ของสถาบันภาษาครับ
    แต่ว่า ไม่ทันละมั้ง .. วิชานี้ อาจารย์เค้าจะเปิดเฉพาะเทอมแรก ปีละครั้งครับ
    เทอมหลัง จะมีวิชาแปลเหมือนกัน แต่เป็นแปลไทยเป็นอังกฤษ เข้าใจว่า สองปีเปิดที … ดุเดือดเลือดพล่านกว่ากันเยอะ ได้ข่าวว่า สอบ midterm เสร็จ ไป drop กันกระจาย (นี่ขนาดเรียนแบบไม่นับหน่วยนะเนี่ย)

    ความเห็น โดย siroz — สิงหาคม 20, 2007 @ 8:44 pm

  10. ผมไม่ค่อยได้ข้องแวะกับงานแปลสักเท่าไร ที่เจอกันจังๆ ก็บนแผ่นซีดีที่ขายที่ตลาดนัด ที่คนขายมันบอกมาว่าพูดไทย แต่พอซื้อมาเปิด มันพูดฝรั่งจ้อยเลย อาศัยอ่านไอ้ตัวหนังสือข้างล่างหวังจะพอให้รู้เรื่อง ยิ่งงงหนักเข้าไปอีก เจอประเภท ฉันกระป๋อง (I can) กะ ขวาตอบ (right answer) ไม่รู้มันไปขุดคนแปลมาจากไหน แต่ที่แน่ๆไอ้แผ่นซีดีเอาไปห้อยไล่แมลงในสวนไปแล้ว

    ยินดีย้อนหลังกับมหาบัณฑิตด้วยนะครับ🙂

    ความเห็น โดย tomwork — สิงหาคม 25, 2007 @ 7:22 pm

  11. ขอบคุณครับ😀

    ความเห็น โดย siroz — สิงหาคม 26, 2007 @ 1:38 am


RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

%d bloggers like this: