Oz’s Blog

มกราคม 23, 2008

NAMM 2008: Roland Fantom G

Filed under: Music Talk — siroz @ 10:25 am

พูดถึงเรื่องดนตรีมาก็มากแล้ว แต่ผมยังไม่เคยพูดถึงเรื่องเครื่องไม้เครื่องมือ หรือว่าเครื่องดนตรีเลย
จริงๆ แล้วคงเป็นเพราะยังหาหัวข้อมาเล่าให้ฟังไม่ได้
ไอ้ครั้นจะเอาเครื่องมือของตัวเองมาโชว์ (หมายถึงเครื่องดนตรีนะครับ อย่าคิดลึก) ก็คงไม่น่าสนใจเท่าไหร่
พอดีปีนี้ เจออะไรน่าสนในในงาน NAMM ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าเกี่ยวกับดนตรี พวกเครื่องดนตรีและอุปกรณ์ต่างๆ (เช่น เครื่องมือใน studio และ stage)
เลยคิดว่าน่าจะเอามาเล่าให้ฟังเล่นสนุกๆ ดีกว่า


งาน NAMM นั้นเป็นงานแสดงสินค้าเกี่ยวกับเครื่องดนตรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งจะจัดในเดือนมกราคมของทุกปี
ยังมีงาน NAMM อีกงานหนึ่ง ซึ่งจัดในช่วงเดือนมิถุนายนหรือกรกฎาคม แต่ก็ไม่ได้ใหญ่เท่างานในเดือนมกราคม .. ซึ่งงานนี้จะเรียกกันว่า Summer NAMM (เพราะจัดตรงกับฤดูร้อนในสหรัฐฯ)
งานในเดือนมกราคม บางทีก็เ่่ลยเรียกกันว่า Winter NAMM ไป

งาน (Winter) NAMM ปี 2008 นี้ จัดกันที่ Anaheim, California (USA) เช่นเดียวกับทุกปีที่ผ่านมา
ภายในงานนอกจากจะมีแสดงสินค้าแล้ว ยังมีกิจกรรมอย่างคอนเสิร์ตเล็กๆ และมีศิลปินนักดนตรีมาแจกลายเซ็นต์ตามบูธสินค้าต่างๆ
ในเมื่องานมันไปจัดกันไกลถึง แคลิฟอร์เนีย (หมายถึงรัฐในสหรัฐฯ นะ ไม่ใช่ฟิตเนส) .. สำหรับคนอยู่แถวแครายอย่างเราๆ คงได้แค่ดูกันทางเว็บเท่านั้น
ซึ่งทางผู้จัดเค้าก็ใจดี เอาภาพถ่ายบรรยากาศงาน และวีดีโอไฮไลท์มาให้ดู (ให้น้ำลายไหล) ด้วย ที่นี่

สำหรับผมแล้ว เครื่องดนตรีเป็นเรื่องสำคัญมาก
เพราะถ้าหากไม่มีเครื่องดนตรีแล้ว ดนตรีคงเป็นเพียงแค่ความนึกคิดเพ้อฝันอยู่ในหัวของเรา ไม่อาจถ่ายทอดไปให้ผู้อื่นได้ยินได้ฟัง ได้สัมผัสและได้รับรู้ได้
เวลามีคนถามผมว่า อยากเล่นดนตรีจะเริ่มยังไงดี .. ผมมีคำตอบเพียงแบบเดียวคือ ไปซื้อเครื่องดนตรีที่จะเล่นก่อนเลย เป็นอันดับแรก

ที่พูดอย่างนี้ไม่ใช่ว่า คุณต้องมีเครื่องดนตรีดีๆ แพงๆ ถึงจะเล่นดนตรีได้
เครื่องดนตรีที่ได้ “มาตรฐาน” นั้นไม่จำเป็นต้องแพงมาก แต่ดีพอที่จะใช้งานได้
แต่คำว่า “แพง” ของแต่ละคนไม่เหมือนกันอีก บางคนบอกว่ากีต้าร์ตัวนี้ตั้งห้าพัน แพงจริงๆ .. แต่บางคนอาจบอกว่ากีต้าร์ตัวนั้นแค่ห้าหมื่นเอง คุ้มมากๆ

เครื่องดนตรีที่ผมจะพูดถึงวันนี้ คือ Workstation Synthesizer ของ Roland รุ่นใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวในงาน NAMM นี่แหละ
โชว์รูปก่อนเลยละกัน

Roland Fantom G6

Roland Fantom G น่าจะเรียกได้ว่าเป็น generation ที่ 3 ของ Fantom series ต่อจาก Fantom S และ Fantom X (ทำไม S แล้ว X แล้วมันกลับมา G ได้ไงหว่า?)
ซึ่งออกมาพร้อมกัน 3 ขนาดด้วยกันคือ G6 (61 คีย์) G7 (76 คีย์) และ G8 (88 คีย์ ถ่วงน้ำหนักแบบคีย์เปียโนจริง)
เมื่อสองสามปีก่ิอนหน้านี้ Roland ได้ออก Juno G ซึ่งเหมือนเป็น Fantom X รุ่นเล็ก (ใช้ sound engine เดียวกัน) แต่ตัดความสามารถเรื่อง sampling ออกไป (ใช้ได้ไม่เต็มที่)
แต่ก็มีอย่างอื่นที่น่าสนใจเพิ่มเข้ามาแทนคือ audio track ใน sequencer

ก่อนจะพูดถึงตรงนั้น ต้องบอกว่า sequencer เป็นฟังก์ชันหลักที่จำเป็นของ Workstation ซึ่งในใช้การ “โปรแกรม” หรือ “อัด” การเล่นเข้าไป แล้วมันสามารถเล่นซ้ำออกมาได้ (ลองนึกถึง MIDI ดู)
ซึ่งฟังก์ชันนี้คือสิ่งที่เราใช้ทำเพลงกัน ไม่ว่าจะด้วยตัว Workstation หรือใช้ software ที่เป็น sequencer บนเครื่องคอมพิวเตอร์ PC
ก่อนหน้านี้ ผมเห็น Workstation จะมีเฉพาะส่วน MIDI sequencer แต่ไม่มี audio sequencer (หรือมี แต่ผมไม่รู้จักหว่า)
ใน Juno G เพิ่มความสามารถตรงนี้เข้ามา .. แต่ให้มาแค่ 4 track … โถ พ่อคุณ แค่นี้จะเอาไปทำอะไรได้

เหมือนว่าการใส่ audio sequencer เข้าไปใน Juno G จะกลายเป็นการลองตลาดหรือเปล่า เพราะ ตอนนี้ Fantom G (ซึ่งตั้งชื่อตามๆ กันมาหรือเปล่า) มี audio sequencer 24 track!!!
ลองคิดว่าถ้าเราทำเพลง โปรแกรมเสียงกลอง เบส และอื่นๆ ด้วย MIDI (ซึ่งสามารถใช้ MIDI ได้ถึง 128 track) โดยใช้เสียงจากตัว synth แล้ว ใช้ audio sequencer อัดกีต้าร์ซัก 4 track อัดเสียงร้องอีกซัก 8 track ก็ยังเหลืออีกเพียบ!!
ซึ่งตรงนี้ Roland ก็พยายามจะทำให้ใช้งานฟังก์ชันนี้ได้เต็มที่จริงๆ คือ มีีช่อง input ที่ support ด้วยคือ รับได้ทั้ง phone jack (แบบแจ๊กกีต้า่ร์) และ XLR และยังมี phantom power สำหรับ Condenser Mic ด้วย จากรูปข้างล่างจะเห็นว่าช่อง input/output เพียบ
ซึ่งรวมๆ ความสามารถตรงนี้แล้ว น่าจะสูสีกับอุปกรณ์พวก portable studio หรือ audio interface รุ่นเล็กๆ ซึ่งพอเพียงต่อการทำงานระดับเล็กๆ แล้ว

Fantom G8 Back

ผมเองไม่เคยใช้ Workstation ทำเพลง (เพราะไม่มีเงินซื้อ) ปกติใช้ sequencer เป็น software ในคอมพิวเตอร์มาตลอด ซึ่งผมเชื่อว่าสมัยนี้ คนส่วนใหญ่ก็ชอบใช้ software มากกว่า เพราะข้อจำกัดน้อย สามารถปรับแต่งเพิ่มความสามารถได้ง่าย (ด้วยการลง software) และ UI ถูกออกแบบมา support การทำงานเต็มที่ ต่างกับการทำงานกับ hardware อย่าง Workstation แบบนี้ ซึ่งมีข้อจำักัดในเรื่องของปุ่มและหน้าจอ และการ upgrade
คนที่ใช้ sequencer บน Workstation มักจะบ่นกันว่า ใช้ยาก เพราะข้อจำกัดเรื่อง UI โดยเฉพาะคนที่เคยใช้ sequencer ในคอมพิวเตอร์มาก่อน เพราะเคยชินกับจอใหญ่ๆ ใช้ีเมาส์และคีย์บอร์ด
ใน Fantom G นี่เค้าก็พยายามทำจอให้มันใหญ่ๆ จะได้ดูได้ง่าย (แต่ไฟเรืองแสงตามปุ่มนี่ รุ่นธรรมดาก็มีกันหมดแล้วนะ)

Fantom G8 Screen

นอกจากนั้น ยังสามารถต่อเมาส์ได้ด้วย!!

Fantom G8 Mouse

แต่ถึงยังไง ก็คงสะดวกไม่เท่ากับใช้งานผ่านคอมพิวเตอร์ PC อยู่ดี
แต่นั่นไม่ใช่ประัเด็น เพราะตอนนี้ ถ้าผมจะทำเพลงโดยใช้คอมพิวเตอร์ ผมต้องเอา laptop มาต่อกับ USB-to-MIDI ไปต่อเข้าคีย์บอร์ด synth แล้วต่อ output จาก synth ไปเข้า audio interface (ทำหน้าที่เหมือน soundcard) แล้วต่อกลับเข้าไปที่ช่อง Firewire ของ laptop อีกที
อะไรมันจะลำเค็ญขนาดนั้น .. ซึ่งถ้าเทียบแล้ว เจ้า Fantom G แค่ตัวเีดียวนี่ ทำงานครอบคลุมและดีกว่าเซตอุปกรณ์แบบนี้ซะแล้ว (ยกเว้นเรื่อง UI เรื่องเดียว)

รู้สึกผมจะโม้เยอะไปละ เชียร์กันออกหน้าออกตา … feature อื่นๆ ก็จะคล้ายๆ กับ synth ในระดับเีดียวกันทั่วไป
มี preset เสียง 1,500 เสียงบวกกับ GM2 อีก 256 เสียง (synth ผมมี preset 512 เสียง ผมยังใช้ได้ไม่ถึงครึ่งเลย)
มี effect เป็นกระบุง ซึ่งสามารถใช้ได้ 22 ตัวพร้อมกัน
มีช่องต่อ USB เพื่อ transfer data กับ PC ได้ และมีช่อง USB ให้เสียบ mouse
บลา บลา บลา

แต่ … ลองดูราคาแล้ว … โดยประมาณ บ้านเราน่าจะขายที่ราคาประมาณ 8 หมื่นกว่าๆ สำหรับ G6 (61 คีย์) … 8 หมื่นกว่าๆ เท่านั้นเอง!!!
ส่วนรุ่น G8 88 คีย์นั้น คงทะลุแสนไปเยอะพอสมควร
แต่ถ้าเทียบราคากับ การไปซื้อ laptop หนึ่งตัว บวก audio interface แล้ว อาจจะเป็นทางเลือกที่คุ้มกว่าก็ได้ .. เพราะเราได้ synth ที่ sound engine เป็นรุ่น top เลย
และต้องไม่ลืมว่า การที่เราใช้ software ทำดนตรีโดยไม่ได้ซื้อซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์นั้น เรายังไม่ได้บวกราคาจริงของซอฟต์แวร์เข้าไปด้วย (ซึ่งก็ไม่ได้ถูกๆ เลย)
นี่ถ้าเจ้า Fantom G นี่ต่ออินเตอร์เน็ท ใช้เล่นเกมส์ หรือโหลดหนังโป๊ได้ คงจะทิ้งห่างตัวเลือกที่ใช้คอมพิวเตอร์ PC ไปไกลเลย

Fantom G8 on Stage

ใครสนใจเจ้าตัวนี้ กลางๆ ปี คงเข้ามาขายบ้านเรา
ถ้าใครซื้อแล้ว ขอไปลองเล่นบ้างนะครับ … น้ำลายไหล
ส่วนผม ก็คงทู่ซี้ ใช้ของเท่าที่มีไปก่อนละกัน (ช่วงนี้ ไม่มีซื้อใหม่ มีแต่เอาของเก่ามาขายกิน)

10:24 นาฬิกา
23 มกราคม 2551

10 ความเห็น »

  1. เล่นดนตรีเหมือนกันเหรอครับ

    ความเห็น โดย VinSaint — มกราคม 23, 2008 @ 11:13 am

  2. ครับผม .. เล่นคนเดียวอยู่กับบ้านเนี่ยแหละ🙂

    ความเห็น โดย siroz — มกราคม 24, 2008 @ 5:52 am

  3. แพงแน่ๆ

    ความเห็น โดย roofimon — มกราคม 28, 2008 @ 12:00 pm

  4. พี่อ๊อดเอา ภาพแบบ นางไม้ได้ปะ อิอิ

    ความเห็น โดย boyone — มกราคม 28, 2008 @ 10:46 pm

  5. ไม่แพงครับ .. รุ่น 61 คีย์ ไม่น่าเกินเก้าหมื่นหรอก (เฮืออออกกกกก)

    เอ่อ ท่าน boyone … ผมไม่มีนางไม้นะ ดูของคนอื่นเค้าอย่างเดียว

    ความเห็น โดย siroz — มกราคม 28, 2008 @ 11:21 pm

  6. เมื่อวาน เข้าไปห้องอัดกะเพื่อน ไปเจอ YAMAHA(แต่จำรุ่นไม่ได้ แต่รู้สึกว่าเป็นรุ่นใหม่ล่าสุด) ตัวละแสนกว่า เสียงสุดยอดมาก

    ความเห็น โดย boyone — กุมภาพันธ์ 10, 2008 @ 2:12 pm

  7. Motif XS หรือเปล่า?

    ความเห็น โดย siroz — กุมภาพันธ์ 11, 2008 @ 6:22 am

  8. เจ๋งดีพวก

    กริ๊กๆ

    ความเห็น โดย gtsm — กุมภาพันธ์ 11, 2008 @ 6:42 pm

  9. ดูแล้วก็เจ๋งดีนะครับ แต่คงไม่มีเงินซื้ออย่างที่พี่บอกนั่นแหละครับ แพงเกิน

    ความเห็น โดย sak — สิงหาคม 21, 2008 @ 11:20 am

  10. โหอยากได้ อยากได้มาก ตังค์มะมีซื้อ แง สาทุ ขอให้วันเกิดแม่ซื้อให้ด้วยเถอะ สาทุๆ

    ความเห็น โดย mymint live keybrod — กรกฎาคม 3, 2009 @ 9:42 pm


RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

%d bloggers like this: